[Trans] Otonoha Vol.13
posted on 14 Aug 2008 17:56 by genkichancredits original translation : sumoboy.livejournal.com
ซากุไรจากปักกิ่ง
สวัสดีครับ
ซากุไรครับ ผมเขียนเอ็นทรี่นี้ตอนที่นั่งอยู่ในสเตเดี่ยมรังนก
หลังจากประสบปัญหาเล็กน้อยที่สนามบินนาริตะทำให้เครื่องบินออกช้ากว่ากำหนดไป 1 ชม.
ในที่สุดผมก็สัมผัสพื้นดินของปักกิ่งได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
...เอ๋?
หรือว่าเพราะเครื่องบินออกช้า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ?
ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหม?
ใช่แล้วล่ะ
นี่เป็นเหตุผลที่พูดในซีโร่ว่า
"ผมมาทันเวลา!...แม้ว่าผมน่ะไม่ได้มาทำตรงเวลาก็เถอะ.."
ตอนผมมาถึงปักกิ่ง ผมก็กระโดดขึ้นรถทันที และกระวนกระวายเกี่ยวกับเรื่องการประชุม และยัง
ต้องเปลี่ยนรถเพื่อไปสตูดิโออีก
อ้า แล้วก็ใช่แล้วล่ะ
ที่สนามบินของปักกิ่งน่ะมีละครอยู่ 2-3 เรื่องด้วย
เนื่องด้วยไฟลท์ที่ผมมาเลท ผมก็เลยได้พบกับโองุซังที่นั่นด้วย
การที่เราพบคนรู้จักในต่างประเทศมันทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
เราแยกกันหลังจากตกลงกันว่าจะไปพบกันทีหลัง
พอผมออกจากประตู ผมก็พบคนมากมายที่นั่น
อย่าง ฟุคุฮาระ ไอ ผู้ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามตอนที่เธอไปถึงปักกิ่ง
มีผู้คนมากมายอยู่นอกประตูรอคอยนักกีฬา
สต๊าฟของ NTV เดินตรงมายังผม แล้วก็มาจับมือทักทายกัน
แล้วเราก็เดินมุ่งตรงไปที่ประตูด้วยกัน
ประตูเปิดออก
ผมก็เดินผ่านไป
ตอนที่ก้าวผ่านข้ามประตูไปนั่นเอง
[โชคุงงงงงงง ! !]
เอ๊ะ ผมเหรอ?!!!
ผมแปลกใจมาก
ที่เป็นที่รู้จักที่ปักกิ่งด้วย
3 ปีก่อน
ที่กำแพงเมืองจีน,
ผมทำอะไรงี่เง่าหลายอย่าง และก็แสดงพฤติกรรมบ้า ๆ บนนั้นด้วย แต่
ไม่มีใครจำผมได้สักคน
หรือตรงกันข้าม,
เพราะผมทำอะไรแบบนั้น ก็เลยไม่ใครกล้าเข้ามาทักผม...
(เด็กๆ โปรดอย่าเลียนแบบนะ)
ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ผมไปศูนย์ยกน้ำหนักเพื่อดูการแข่งขัน มีอาสาสมัครคนหนึ่ง
เข้ามาหาผม หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก เธอบอกชื่อของอาราชิเมมเบอร์ทั้งหมดได้ด้วย
และร้องเพลง one love เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย
ที่ IBC ศูนย์ของผู้สื่อข่าว
มีผู้คนหันมาและจ้องมาที่ผม แล้วพูดว่า [Ying Jing Xiang!!]
มันมหัศจรรย์มาก ดนตรีไม่มีพรมแดนเลยจริง ๆ
ตอนที่ผมมาที่นี่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
แน่นอนล่ะ ไม่มีใครมองผมหรอก ตอนนั้นไม่ใครเข้ามาทักทายผมด้วย
แต่ตอนนี้ ผมประทับใจจริง ๆ
เอาล่ะ
วันที่เป็นวันพิธีเปิด ผมเป็นนักข่าวที่คอยหาข่าวตลอดวัน
ถัดจากสเตเดี่ยมรังนกจะมีตึกผู้สื่อข่าวอยู่
ตึกนี้สร้างโดย America's NBC แล้วถูกสถานีข่าวหลายสำนักหลายประเทศเช่าอยู่
ดูเหมือนว่ากลุ่มช่างภาพจะไม่สามารถเข้าไปค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่นี้ได้ง่ายนัก
แต่ด้วยความพยายามอย่างหนักของสต๊าฟ NTV เราก็เลยเป็นนักข่าวญี่ปุ่นกลุ่มแรกที่
ได้เข้าไปที่นั่น
เราได้รับการยินยอมครั้งนี้จากสถานีโทรทัศน์ของฝรั่งเศส
เรามาถึงที่หน้าประตูของตึกผู้สื่อข่าว
ผมเดินมาถึงประตู
"Ga - Cha" (เสียงประกอบ)
ประตูไม่เปิด
ไม่มีใครอยู่เลย!!
เหตุผล :
ตอนนี้เป็นเวลา 11 โมงเช้า
การจราจรรอบ ๆ สเตเดี่ยมหลักถูกจัดระเบียบไว้อยู่ ดังนั้นการจราจรบริเวณโดยรอบก็ไม่สามารถไป
แบบอิสระเสรีได้ ต้องถูกจำกัดในที่ที่กำหนด เพราะแบบนั้นคนที่สถานีนี้ก็เลยยังมาไม่ถึงที่ตึก
ยังไงก็ตาม เราก็ไม่สามารถกลับไปทั้งแบบนั้นได้
หลังจากผ่านไปนาน เราก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในตัวตึกได้ เราไม่ได้กลับกันไปมือเปล่า
ช่วงเวลาวิกฤตตอนนั้น ในใจผม ซึ่งถูกฝึกเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลาหลายปี เริ่มเข้าใจได้
[เราจะต้องเดินหน้าไปอย่าหยุด ไปให้ไกลเท่าที่เราจะไปได้]
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เราต้องหาหน่วยงานที่อนุญาตให้เราเข้าไปได้
เรากัดฟันอดทน ขึ้นไปชั้นแล้วชั้นเล่า เคาะประตู ถามหาว่าใครจะอนุญาตได้บ้าง
ดังนั้น เราใช้เวลา 2 นาที จัดการเรื่องกรอกข้อมูลการเข้า เพื่อจะได้ชมการถ่ายทอดสดของสถานี CCTV ของจีน
สตูดิโอนี้มีสเตเดี่ยมรังนกเป็นฉากหลัง อยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก ๆ
หลังจากการถ่ายทำ เรายื่นเข็มกลัดของ NTV ให้กับพวกเขาเพื่อการแสดงความขอบคุณ
ในทางกลับกัน เราก็ได้รับเข็มกลัดของ CCTV ด้วย
การแลกเปลี่ยนเข็มกลัดกันนี้ เป็นการสานความสัมพันธ์กันระหว่างนักข่าวประเทศต่าง ๆ
ในท้ายของงานนี้ ดูเหมือนกว่าบัตรผ่านสื่อมวลชนของผมที่ห้อยอยู่ที่คอผม จะเต็มไปด้วยเข็มกลัดมากมาย
อืม...
วันนี้ ผมจะจบตรงนี้ล่ะนะ
> [เอาอีก ! !] [เอาอีก ! !]
> [เอาอีก ! !] [เอาอีก ! !]
> เย้ ! !
> โอเค อยู่กับผมอีกหน่อยก็แล้วกันนะครับ !!
อืม
เอ็นทรี่วันนี้คงยาว
หรือจะพูดให้ถูก
เอ็นทรี่วันนี้ยาวแน่นอน
มาพูดถึงพิธีเปิดกันดีกว่า ! !
ทุกคนได้ดูทีวีแล้วใช่ไหม?
นี่เป็นพิธีเปิดที่น่าประทับใจมาก
นี่เป็นพิธีเปิดโอลิมปิคครั้งแรกในชีวิตของผม ที่ผมได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง
ผมคิดว่ามันเป็นความทรงจำที่ดีในชีวิตของผม
วันนี้มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในโลก
ในวันนี้ ตอนที่โอลิมปิคเริ่มขึ้น ก็มีเหตุการณ์มากมายหลายอย่างเกิดขึ้นในโลกด้วย
อย่างการต่อสู้อย่างสุดกำลัง
เลือดเลวผสมเลือดเลว และบ่อยครั้งที่คนเราไม่สามารถหนีพ้นไปจากบ่วงแห่งความเกลียดชัง
ที่มีคนวางไว้ได้
แต่
สำหรับกีฬา
โอลิมปิคเกมส์จะถูกปกครองด้วยกฏเหมือนกันอยู่กฏหนึ่ง และทั้งหมดก็จะถูกบังคับให้ทำตามกฏนี้
ไม่ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติหรือเผ่าพันธุ์ ดังนั้นถึงมีการแข่งขันขึ้นมาได้
ผมขอย้ำ
ทุกคนถูกปกครองด้วยกฏ ๆ เดียวที่เหมือนกัน
มันค่อนข้างยาวอยู่เหมือนกัน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินเข้าสนามของนักกีฬา
ผู้คนจากหลากหลายประเทศ โดยมีโอลิมปิคเป็นตัวเชื่อม ยืนอยู่บนสนาม จับมือกันด้วยรอยยิ้มเต็มเปี่ยม
บนใบหน้าของแต่ละคน
พอผมคิดถึงสิ่งเหล่านั้นแล้ว ความรู้สึกของผมก็เข้าไปอย่างสุดซึ้ง และแล้วก็มาถึงจุดไคลแม๊กซ์ของพิธีเปิด
ตอนที่นักวิ่งถือคบไฟเดินขึ้นไปบนอากาศ และพอจอฉายภาพนักวิ่งที่ถือคบไฟขึ้นไปแบบนั้น
Ya-bai. Ya-bai. Ya-bai. Ya-bai
Ya-bai. Ya-bai. Ya-bai. Ya-bai
((ตรงนี้ฮามาก โชจังพูดก็นึกถึงน้องจุนเลยว่าเออ ยาไบของน้องจุนเหมือนจุดคบเพลิงโอลิมปิคจริง ๆ 5555))
มันเหมือนกับการจุดคบเพลิงโอลิมปิคจริง ๆ
เทนชั่นในสเตเดี่ยมมาถึงจุดสูงสุด
ในที่สุด ไฟโอลิมปิคก็ถูกจุดขึ้น
แต่เฮ้!! ผมไม่....
เห็น !!!!!
( ̄O ̄;)
กระถางคบเพลิงโอลิมปิคจุดขึ้นแล้ว--ผมนั่งอยู่ตรงด้านขวาใต้กระถาง
เทนชั่นในสเตเดี่ยมถึงจุดสูงสุดแล้ว
ผมออกจากสเตเดี่ยมขณะที่หันกลับไปมองดอกไม้ไฟที่เต้นรำอยู่ในท้องฟ้าที่มืดมิด
มีเรื่องที่อยากเล่า
ผมมีเรื่องอยากเขียนอีกเยอะ แต่ผมไม่มีเวลาแล้ว
ผมขอโทษด้วยสำหรับการเขียนเอ็นทรีเล็กน้อย
ข้อมูลสำหรับคุณ สุขภาพของผมอยู่ในเกณฑ์ดี
ผมได้กินอาหารอร่อยหลายอย่าง
แล้วก็
ลาก่อนครับ (หรือพบกันใหม่)
((โชจังบอกว่า Zai Jian! ถามพ่อแม่คะ ว่าแปลว่าอะไร แม่บอกว่าเดี๋ยวพบกันใหม่ พ่อบอกว่าลาก่อน))
((เลยเอามันทั้งสองอัน))
วันที่ 8 เดือน 8 ณ ปักกิ่ง
ซากุไร โช
edit @ 14 Aug 2008 17:58:32 by genki