Jyosei Jishin 03.19.2013 : Ohchan

posted on 09 Aug 2013 08:49 by genkichan
credits original translation : say-it-again@livejournal

เพื่อเป็นการระลึกถึงการวางแผงซิงเกิ่ลที่ 40 ของพวกเขา เราก็เลยมาสัมภาษณ์ลีดเดอร์โอโนะ ซาโตชิ
ถึงความหลังของซิงเกิ้ลที่ผ่าน ๆ มาจนถึงตอนนี้กัน

1. "A.RA.SHI" (1999.11.3)

ท่านประธานบอกผมว่า "ไปอัดเสียงหน่อยสิ" ตอนนั้นผมสงสัยว่า เขาหมายความว่าไงให้ช่วยไปอัดเสียงน่ะ
แล้วผมก็ไปสตูดิโอ และพบว่าเพลงนี้รอผมอยู่แล้ว (หัวเราะ) มันเป็นเพลงหนึ่งในหลาย ๆ เพลงที่ผมร้องบ่อยที่สุด
มันเป็นเพลงที่เป็นต้วแทนของอาราชิ

2. "SUNRISE Nippon/HORIZON" (2000.4.5)

โชจังกับผมไปออกรายการ Pro Yakyuu News ซึ่งใช้เพลงนี้เป็นเพลงของรายการ แม้เราทั้งคู่จะไม่เล่นเบสบอล
(หัวเราะ) ตอนนั้นที่เหลืออีก 3 คนอายุไม่มากพอที่จะไปออกรายการดึกแบบนี้ ผมจำได้ว่าตัวเองพูดว่า ผมอายุ
เท่ากับ Matsutaka (Daisuke) ด้วย

3. "Taifuu Generation -Typhoon Generation-" (2000.7.12)

มัตสึจุนเจ็บเท้าระหว่างถ่ายทำพีวีตัวนี้ ผมจำได้ว่าทุกคนเป็นห่วงกันมาก

4. "Kansha Kangeki Ame Arashi" (2000.11.8)

รู้สึกเหมือนว่าเราร้องเพลงนี้กันบ่อยมากตั้งแต่ครบรอบ 10 ปีของเรา เราร้องเพลงนี้ตอนที่ไปเอเซียทัวร์ ที่โซล
เซี่ยงไฮ้ และไทเป ร้องในภาษาของที่นั้น ๆ นั่นแหล่ะพอพูดถึงเพลงนี้ ผมเลยคิดถึงคอนเสริต์ขึ้นมา

5. "Kimi no Tame ni Boku ga Iru" (2001.4.18)

ตอนนั้นเราอยู่ที่โอซาก้าเพื่อทัวร์คอน หรืออะไรประมาณนี้แหล่ะ เราร้องเพลงนี้ที่ Universal Studio Japan ก่อน
เปิด ออกรายการมิวสิคสเตชั่น พวกเราได้ยินว่าอาร์โนลด์ ชวากสเนกเกอร์มาด้วย ลงบันไดมาจากเฮลิคอปเตอร์เลย
แต่สุดท้าย ไม่มีใครในพวกเราได้เห็นสักคน

6. "Jidai" (2001.8.1)

ความประทับใจของผมที่มีต่อเพลงนี้คือ พีวี เท่านั้น เราเต้นกันหลายชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก ผมจำได้เต้นแล้วก็เต้น
อยู่อย่างนั้น

7. "a Day in Our Life" (2002.2.6)

ตอนนั้นผมเล่นละครเวทีอยู่ที่โอซาก้า ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนนั้นผมต้องนั่งรถไฟเที่ยวกลางคืนกลับโตเกียวเพื่อเข้า
ร่วมงานแถลงข่าว เรื่องเปลี่ยนค่ายเพลง หลังจากงานแถลงข่าวจบลง ผมก็ไปร้านอาหารจีนกับสต๊าฟ ที่นั่นรู้สึกว่า
จะมีเกี๊ยวงาล่ะมั้ง? ผมจำได้ว่าผมกินแล้วคิดว่า อร่อยสุด ๆ 555 ผมเนี่ยจำแต่เรื่องแปลก ๆ เนอะ

8. "Nice na Kokoro iki" (2002.4.17)

เพลงนี้เป็นเพลงที่ไม่ได้วางแผงภายใต้ชื่อ ARASHI (แบบภาษาอังกฤษ) แต่เป็น ARASHI ในตัวอักษรคาตาคานะ
พวกเราใส่สูทและหวีผมเรียบแปร้ปัดข้างหนึ่ง แต่งแบบนี้ทั้งบนปกซิงเกิ้ลแล้วก็ในรายการเพลงที่ไปออก ตอนออก
รายการมิวสิคสเตชั่น โทโมริซังถามเราวา "ทำไมพวกคุณแต่งตัวกันแบบนี้ล่ะ?" ผมจำได้ว่า เรายังตอบได้ไม่เคลียร์
เลยด้วยซ้ำว่าทำไม (หัวเราะ)

9. "PIKA?NCHI" (2002.10.17)

พูดถึงเพลงนี้ ที่ผมประทับใจที่สุดต้องเป็น Pika?nchi อยู่แล้ว หนังเรื่องแรกของวงเรา ผมคิดแต่หนังล่ะนะ

10. "Tomadoinagara" (2003.2.13)

เราถ่ายปกซิงเกิ้ลกันต่อหน้าไฟจริง ๆ พวกเขา (สต๊าฟ) จุดไฟด้วยใบไม้แห้ง แล้วเราาทุกคนก็ยืนกันข้าง
หลังไฟ ถ้าผมไม่ผิด หลังจากถ่ายเสร็จ พวกเราใช้ไฟนั้นย่างปลาหมึกแล้วก็กินกันด้วย

11. "Hadashi no Mirai/Kotoba yori Taisetsu na Mono" (2003.9.3)

Kotoba yori เป็นเพลงละครของนิโนะ (เรื่อง stand up) เราถ่ายพีวีกันกองถ่ายของละคร แล้วผมก็ได้พบกับ
โองุริ (ชุน) คุงเป็นครั้งแรก เพราะเขาเล่นเรื่องนี้ด้วย ส่วน Hadashi no mirai ใช้เวลาถ่ายแค่ 30 นาที หรือ
เร็วกว่านั้นไม่รู้ แต่จำได้ว่าเร็วมาก ๆ

12. "PIKA??NCHI DOUBLE" (2004.2.18)

พีวีเพลงนี้ถ่ายกันบนดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งในโยโกฮาม่า พวกผู้หญิงชอบเพลงนี้ไม่ใช่เหรอ นั่นแหล่ะความ
ประทับใจของผมที่มี

13. "Hitomi no Naka no Galaxy/Hero" (2004.8.18)

เราถ่ายพีวีเพลงฮีโร่ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นกลางฤดูร้อน แล้วตอนกลางคืนเราก็ถ่าย Galaxy ซึ่งผมจำได้ว่า
เสร็จตอนเที่ยงคืน เหนื่อยสุด ๆ เลย 555

14. "Sakura Sake" (2005.3.23)

ผมเล่นละครเวทีเรื่อง west side story พร้อมกับ sakura ออก ก่อนที่พีวีจะถ่าย ตอนนั้นผมสีทองเพราะบท
ที่ได้รับในละครเวที ผมจำได้ว่าไม่อยากให้ตัวเองออกพีวีตัวนี้ด้วยผมสีทอง ก็เลยย้อมซะ แต่ไม่รู้ทำไมไป ๆ
มา ๆ มันกลายเป็นสีออกครีม ๆ ไปได้

15. "WISH" (2005.11.16)

ช่วงนั้น ผมมีละครเวทีเรื่องหนึ่งแล้วก็พายเรือในรายการมาโกะ มาโกะ อาราชิด้วย เพราะงั้นผมเลยยุ่งมาก ๆ
ตอนนั้นเราต้องซ้อมไว้พายเรือตอนเช้า ผมน่ะซ้อมพายเรือตอนเช้า แล้วก็มาซ้อมละครเวที หลังจากผมก็มีไป
ออกโลเกอีก ผมใช้เวลาระหว่างที่ทำทั้งหมดที่บอกด้านบน จำท่าเต้นของ wish ด้วยครับ

16. "Kitto Daijoubu" (2006.5.17)

เราถ่ายหนังอยู่ช่วงนั้น หนังที่เล่นด้วยกันทั้งวง Kiiroi namida ผมจำได้ว่าเราไปออกรายการมิวสิค สเตชั่น
ตอนที่หนังยังถ่ายอยู่ หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในยุคโชวะ ที่ทุกคนไว้ผมสีดำ บทของโชจังต้องหนวดเครา
เพราะงั้นตอนนั้นเขาเลยดูเท่ห์มากต้องร้องเพลงนี้ แล้วใส่หมวกด้วย

17. "Aozora Pedal" (2006.8.2)

เป็นครั้งแรกที่เราถ่ายพีวีแบบมีเนื้อเรื่อง มีฉากที่เราต้องทำบาร์บีคิวกัน ผมจำได้ว่ามันไม่สามารถจะถ่ายให้
จบในวันเดียวได้

18. "Love so sweet" (2007.2.21)

เพลง Fight song ที่เป็นเพลงหน้า B ที่อยู่ในเวอร์ชั่นลิมิเต็ด เป็นครั้งแรกที่พวกเราเขียนเนื้อร้องเองทั้งหมด
และให้นิโนะรวมเนื้อและใส่ทำนองเข้าไป พอเสร็จมันก็กลายเป็นเพลงประจำรายการ G no arashi เพลงที่
แต่งขึ้นเพื่อรายการ และเรายังร้องมาจนถึงทุกวันนี้ สุดยอดจริง ๆ

19. "We can make it!" (2007.5.2)

เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละครของมัตสึจุน เรื่อง bambino แม่ผมติดละครเรื่องนี้มาก (หัวเราะ) ตอนนั้นผม
ไปกินข้าวกับเพื่อน แล้วก็การถ่ายทำละครอยู่แถวนั้น พอเราไปดูกันก็รู้ว่าเป็น Bambino (หัวเราะ) ผมไม่รู้ว่า
ทำไมเหมือนกัน แต่ตอนนั้นน่ะผมจำได้ว่าตัวเองรีบไปซ่อนใหญ่เลย 555

20. "Happiness" (2007.9.5)

เพลงนี้เป็นเพลงประกอบเรื่อง Yamada Taro Monogatari ของนิโนะและโชจัง ผมได้แสดงตอนสุดท้ายด้วย
ตอนแรกเขาถ่ายโชจังกัน แล้วก็ถ่ายฉากของผมกับนิโนะ ผมจำได้ว่าผมได้ยินว่าฝนเริ่มทันทีที่ถ่ายผมเสร็จ
นิโนะเลยต้องคอยให้ฝนหยุดแล้วค่อยถ่ายต่อ

21. "Step and Go" (2008.2.20)

เพลงนี้ทำให้ผมนึกถึงนิทรรศการของตัวเอง เพลงนี้ถูกเปิดตลอดในงาน

22. "One Love" (2008.6.25)

ตั้งแต่ไปอัดเสียงเพลงนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ผมก็คิดว่า เพลงนี้เพราะดีจังนะ ทุกคนต้องชอบแน่ ๆ ผมได้ยินเพลง
เปิดบ่อย ๆ ในงานแต่งงาน ผมมีความสุขมาก ๆ ครับ

23. "truth/Kaze no Mukou e" (2008.8.20)

เราไม่เคยทำเพลงแนวนี้มาก่อน ผมคิดว่ามันเรื่องใหม่ และแน่นอนคิดถึง มาโอ ด้วย 555+

24. "Beautiful days" (2008.11.5)

เพลงนี้ออกหลัง มาโอ จบ นิโนะเล่นละครเรื่อง Ryuusei no Kizuna ผมจำได้ว่าตอนนั้นตกปลาบ่อยมาก ๆ
ผมจับได้เยอะสุด ๆ นี่แหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมผมนึกถึงปลากะพงเวลาได้ยินเพลงนี้ ผมจับมันได้เยอะมาก ๆ เลยล่ะ
5555

25. "Believe/Arashi | Kumorinochi, Kaisei/Yano Kenta starring Satoshi Ohno" (2009.3.4)

เพลงนี้ออกตอนโชจังเล่นหนัง Yatterman และผมเล่นละครเรื่อง Uta no Onii-san  ยัตต้าแมนได้ออก
รับเชิญในละครผมด้วย นั่นเป็นความประทับใจที่ดีเยี่ยมของผมที่ได้เล่นกับโชจัง

26. "Ashita no Kioku/Crazy Moon ~kimi wa muteki~" (2009.5.27)

Ashita no Kioku เป็นเพลงละครของโชจัง ละครเรื่อง The Quiz Show โชจังสุดยอดมาก ๆ ในพีวี
Crazy Moon ~kimi wa muteki เราเต้นกันเยอะมาก

27. "Everything" (2009.7.1)

ผมคิดว่าพีวีเพลงนี้ถ่ายตอนที่ผมไปโอกินาว่า ตอนนั้นผิวของผมเป็นสีแทนสุด ๆ ถึงจะเมคอัพแล้วก็ยังดูแห้งสุด ๆ อยู่ดี ผมโดนล้อเรื่องสีผิวในรายการเพลงและแทบทุกรายการที่ผมไปออก

28. "My Girl" (2009.11.11)

เพลงนี้เป็นเพลงประกอบเรื่อง My girl ของไอบะจัง, ส่วนหน้า B เป็นเพลง Tokei Jikake no Umbrellaซึ่งเป็นเพลงประกอบละคร 0 Goushitsu no Kyaku ของผม ผมจำได้ว่าละครเรื่องนั้นถ่ายอยู่ 4 วันล่ะมั้งถ่ายแต่ในสตู ตั้งแต่เช้าหนึ่งไปถึงอีกเช้าถัดมาเลย รู้สึกเหมือนการถ่าย 4 วันนี่ไม่มีวันจบสิ้นเลย (หัวเราะ)

29. "Troublemaker" (2010.3.3)

ผมจำได้ว่า เราซ้อมท่าเต้นเพลงนี้ที่รายการทีวีรายการหนึ่ง มัตสึจุนกลับมาจากนิวยอร์คและซื้อเสื้อยืดที่คล้ายกันมาให้พวกเราเป็นของฝาก ผมจำได้ว่าทุกคนใส่ในสีของตัวเอง และออกไปเต้น มันประหลาด ๆเหมือนกันนะที่ผู้ชาย 5 คนที่เต้นพร้อมกันอยู่นี่ ใส่เสื้อแบบเดียวแต่ต่างสี 555

30. "Monster" (2010.5.19)

เพลงนี้ต้องทำพร้อมไคบุทสึคุงเท่านั้น ผมปรากฏตัวในโคฮาคุในฐานะไคบุทสึคุงด้วย และผมก็ได้ร้องและเต้นเพลงนี้หลายครั้งในคอนเสิรต์ ทำให้ผมคิดว่าตัวเองกลายเป็นไคบุทสึคุงไปซะแล้ว

31. "To be free" (2010.7.7)

ตอนเราถ่ายพีวีเพลงนี้ ผมจำได้ว่าตัวเองจำเนื้อร้องไม่ได้เลย ไม่รู้ทำไม แล้วผมก็ถูกบอกว่า "จำได้ให้ได้สิ!"มีคนอยู่คนในกองถ่ายจะคอยเช็คริมฝีปากเราว่าร้องตรงกับเพลงที่เปิดอยู่หรือเปล่า พอผมคิดว่ามีคนที่กำลังคอยมองอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ ผมก็พลาดเนื้อไปอีกจนได้ นั่นแหล่ะที่ผมจำได้ 555

32. "Love Rainbow" (2010.9.8)

ตอนนั้นผมเพิ่งถ่ายละครเสร็จ ผมรู้สึกสบายอกสบายใจสุด (หัวเราะ) แล้วผมก็ไปตกปลาด้วย 555

33. "Dear Snow" (2010.10.6)

พีวีเพลงนี้ถ่ายกันตอนกลางฤดูร้อน แต่เราก็ต้องสวมเสื้อกันหนาว และร้องเพลงนี้ในห้องแบบญี่ปุ่น เพราะงั้นมันเลยร้อนเป็นบ้าเป็นหลัง ไอบะจังดูเหมือนจะแย่สุด เพราะมีผ้าพันคอพันรอบคอด้วย (หัวเราะ) ปีนั้น ผมได้เล่นละครเรื่อง "Yo ni mo Kimyou na Monogatari" ซึ่งผมต้องใส่ผ้าพันคอ เพราะในฉากนั้นเป็้นหน้าหนาวซึ่งเราต้องถ่ายกันกลางฤดูร้อน

34. "Hatenai Sora" (2010.11.10)

เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละคร Freeter,Ie wo kau ของนิโนะ แม่ผมติดละครเรื่องนี้มาก และผมก็ได้ดูด้วยเราร้องเพลง Hatenai Sora ทุกงานในตอนนั้น เพราะงั้นมันจึงเป็นเพลงที่สำคัญจริง ๆ

35. "Lotus" (2011.2.23)

เราไม่ได้เต้นกันมาสักพักแล้วก่อนจะถ่ายพีวีนี้ ผมจำได้ว่าตอนนั้นได้ดูรายการตลกระหว่างถ่ายด้วย ช่วงนั้นผมค่อนข้างอ้วนหน่อย ก็เลยตัดสินใจลดน้ำหนัก ผมไม่กินอะไรเลยนอกจากนัตโตะ

36. "Meikyuu Love Song" (2011.11.2)

พูดถึงฤดูใบไม้ร่วงปี 2011 ก็ต้องเป็น ไคบุทสึคุงสินะ ผมน่ะค่อนข้างจะจำได้แต่แคมเปญของหนัง ตอนนั้นผมได้พบกับ Fujiko Fujio A-ซังด้วย เราไปถ่ายโลเกชั่นด้วยกัน

37. "Wild At Heart" (2012.3.7)
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละคร Lucky seven ของมัตสึจุน ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมคิดว่า "โชคดีในการถ่ายนะคราวหน้าต้องคราวของชั้นล่ะนะ" (หัวเราะ)

38. "Face Down" (2012.5.9)

และแล้วก็ถึงคราวของผม (หัวเราะ) เพลงนี้เป็นเพลงประกอบของละครเรื่อง Kagi no Kakatta Heya เราร้องและเต้นเพลงนี้ในคอนบ่อยมาก เลยรู้สึกว่าตัวเองเต้นเพลงนี้เยอะมาก

39. "Your Eyes" (2012.6.6)

เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละคร Mikeneko Holmes no Suiri ของไอบะจัง เราทั้งคู่ในเล่นละครในฤดูเดียวกน เพราะงั้นเราเลยคุยกันว่าถ้าถ่ายเสร็จแล้ว เราจะไปดื่มกันที่ไหนดี แล้วเราก็ทำเรื่องนี้คุยกันนี้ในนิวยอร์ค ไฮโซสุดเลยนะว่าไหม 555+

40. "Calling/Breathless" (2013.3.6)

ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มาได้สักพักแล้ว เพราะ 9 เดือนมาแล้วที่ไม่มีซิงเกิลเลยใช่ไหมล่ะ? ความทรงจำที่ผมมีต่อเพลงนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ผมคิดถึงจุดนี้ ทั้งสองเพลงเป็นเพลงประกอบละคร Last Hope  ของไอบะจัง  และหนังเรื่อง Platinum data ของนิโนะ ทั้งละครและหนังเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจมาก ๆ เพลงก็ให้ความรู้สึกเหมือนกัน อาจจะบอกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เพลงที่ออกคู่แบบนี้มีทำนองที่คล้ายกน เราได้ท้าทายสิ่งใหม่ทันทีเลยในปีนี้ (หัวเราะ) เราได้มีเพลงหน้า B ที่ให้ความรู้สึกที่ต่างกันด้วย ดังนั้นผมคิดว่ามันก็พอเหมาะกันดี

edit @ 14 Aug 2013 21:02:57 by genki

Comment

Comment:

Tweet