[Trans] Popolo -- Nino Part I
posted on 04 Jul 2009 22:21 by genkichan
credits original translation : enshingesan@LJ
จาก Popolo เดือนสิงหาคม 2552
ฉลองอาราชิครบรอบ 10 ปี
ซีรีย์สัมภาษณ์เดี่ยว ฉบับที่ 3
นิโนะมิยะ คาซึนาริ
10 ปีมาแล้วตั้งแต่วันแห่งโชคชะตาในวันนั้น
คุยเรื่อง "ทุกอย่าง" ของเรา
ความขยัน, ความซื่อสัตย์, ความรอบคอบ
ผมว่านั่นแหล่ะเป็นกลุ่มอย่างที่อาราชิเป็นล่ะ!
จากการแสดงในหนังฮอลีวู๊ดและงานอื่น ๆ นิโนะมิยะ คาซึนาริมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนใน
เรื่องของการเป็นนักแสดงมากที่สุดท่ามกลางเมมเบอร์อาราชิ เขาเป็นคนที่ให้ภาพลักษณ์
ว่าเป็นคนที่เย็นชา คงเป็นบทบาทที่เขาได้รับมักจะเป็นชายหนุ่มที่มาพร้อมกับเงาแห่งเมฆสีดำ
ก็เป็นได้ ยังไงก็ตาม กับเมมเบอร์อาราชิแล้ว เขามักแสดงด้านไร้สาระและสีหน้าที่ชอบสนุก
ออกมา เขาชอบเกมส์ เขาชอบมายากลไพ่ และเหนือสิ่งอื่นใด "นิโนะ" ชอบอาราชิ ต่อไปนี้
คือเรื่องราวอันวิเศษสุดใน 10 ปีของเขา
เมมเบอร์ทุกคนเป็นคนดีมาก!
นี่แหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงสามารถมาได้ไกลถึงขนาดนี้
เพราะเราทั้ง 5 คนสร้างทุกสิ่งขึ้นมาด้วยความอุตสาหะ เราถึงได้เป็นเราทุกวันนี้
"เมมเบอร์ทุกคนมีขยันและมีความอุตสาหะ เหมือนกับเป็นบุคคลิกพื้นฐานของแต่ละคนเลย
เพราะเรามีสิ่งนั้นทำให้เราเผชิญปัญหาเฉพาะหน้าได้ แม้ว่าเราจะมีความรู้สึกเหมือนหลงทาง
ในตอนแรกที่วงถูกตั้งขึ้น เราทำทุกอย่างด้วยความอุตสาหะมาตั้งแต่เริ่มแรก และเป็นเหตุผล
ว่าทำไมเราถึงเป็นเราอย่างทุกวันนี้"
นิโนะมิยะเป็นคนที่ 3 ที่ให้สัมภาษณ์ในซีรีย์ระลึกความทรงจำครบรอบ 10 ปีในครั้งนี้ นิโนะมิยะ
มองย้อนไปตอนที่พวกเขาเดบิวท์และคุยถึงนิสัยใจคอของเมมเบอร์ให้เราฟัง
"ก่อนวงของเราจะถูกตั้งขึ้นในปี 1999 ผมอยากไปเรียนต่อด้านโปรดักชั่นหนังที่เมืองนอก แล้ว
ก็เก็บเงินไว้แล้วด้วย ดังนั้นพอผมถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในเมมเบอร์ เป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงจริง ๆ
พอรู้ตัวอีกที ผมก็อยู่ที่ฮาวาย แล้วก็ต้องเดบิวท์ต่อสื่อมวลชนบนเรือ และ 1 ในจุดอ่อนของผม
อย่างที่คุณรู้นั่นแหละ ผมเมาเรือ มันเลยเป็นเรื่องที่แย่มาก ๆ...(หัวเราะ) แต่เพราะแรงกระตุ้น
บางอย่างทำให้ผมรู้ว่าผมควรจะทำอะไรตอนนั้น ผมน่ะไม่มีความตั้งใจที่จะละทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่
หรอก"
เหตุผลที่บรรยากาศในวงดีตั้งแต่เริ่มต้นก็เพราะพวกเขาทั้ง 4 เป็นคนดีมาก ๆ
ทั้ง ๆ ที่เขาพูดแบบนั้น ((ย่อหน้าที่แล้ว)) เขาก็ยังบอกเราด้วยรอยยิ้มอาย ๆ ว่า "แต่ก็มีบางอย่างที่
ทำให้ผมมีความสุขเล็กน้อยจากการตั้งวงขึ้นมานะ"
"ตอนที่คุณเป็นเจอาร์น่ะ มีคนอย่างคุณมากมาย และอะไรก็ตามที่ทำ ก็ต้องทำเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ แบบนั้น
ผมน่ะเป็นคนที่แย่ในเรื่องการที่ต้องทำงานกับคนกลุ่มใหญ่ ๆ แบบนั้น ดังนั้นพอผมกลายเป็นอาราชิ
มีแค่ 5 คนเท่านั้น ก็เลยรู้สึกว่าเป็นง่ายขึ้นสำหรับผม (หัวเราะ) ผมน่ะคุยกับเมมเบอร์ทุกคนมาก่อนหน้า
นี้แล้วด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด คือ พวกเขาทั้ง 4 เป็นคนดีมาก ๆ และเราก็
เข้ากันได้ตั้งแต่เริ่ม พอคิดแบบนี้แล้ว ผมก็เลยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ!"
"ความใกล้ชิด" กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งก่อนที่ผมจะสังเกตเห็น
"ผมคิดว่าเมมเบอร์คนอื่น ๆ คงคุยเรื่องคืนในทัวร์คอน Here we go! แล้ว แต่จริง ๆ แล้ว ตอนนั้น
ผมน่ะไม่ค่อยได้พูดอะไรมากนัก ผมได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้น ฟังพวกเขาที่เหลือพูดเรื่องที่กำลังคิดกัน
ผมน่ะคิดอยู่ในใจว่า 'พวกเขาคิดอะไรกันมากมายจริง ๆ' 'อาราชิเป็นกลุ่มที่สุดยอดจริง ๆ' (หัวเราะ)
มันเป็นเรื่องทีลืมไม่ลงจริง ๆ ตอนที่ผมรู้ว่าเมมเบอร์คนอื่นคิดอะไรกัน แต่ผมไม่ได้คิดว่านั่นเป็น
เหตุผลที่ทำให้เรากลายเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นนะ" นี่คือสิ่งที่เขาพูดด้วยความมั่นใจ
"หรือจะว่าไป ผมก็ไม่เคยแม้แต่คิดว่า "พวกเราต้องเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่านี้!" หรือ "พวกเรา
ควรจะต้องกลุ่มแบบนี้!" ผมหมายถึงว่า ถ้าพวกเรากลายเป็นแบบนั้น บุคคลิกและความสามารถของ
แต่ละคนคงสูญหายไป และนั่นเป็นสิ่งที่พวกเราไม่ต้องการ"
"แต่พอเราคิดถึงเรื่องนี้ พวกเราก็รู้ว่าพวกเราสนิทกันจริง ๆ และความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้แหล่ะ
กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวงเรา จะว่าไป พวกเราก็เป็น "หนึ่งเดียวกัน" จริง แต่ไม่ได้ร่วมกัน
หรือความสามารถของแต่ละคนก็ยังคงเป็นอิสระต่อกันและกัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณสามารถทำได้ง่าย
เพียงแต่ต้องการทำเท่านั้น ผมก็เลยคิดว่านี่คงเป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่พวกเรามีด้วย ผมคิดว่า
บรรยากาศแบบนี้มีได้ ก็เพราะเป็นพวกเรา 5 คน"
พอเราถามเขาว่าเมื่อไรที่เขารู้สึกความสนิทสนมแบบนี้ เขาหัวเราะอาย ๆ และพูดว่า "ผมก็ไม่รู้
เหมือนกัน แต่ผมว่าพวกเราต้องสนิทกันมาก ๆ ขนาดที่ทำให้คนรอบข้างต้องบอกบ่อย ๆ ว่า พวกนาย
เนี่ยสนิทกันจริง ๆ เลยนะ (หัวเราะ)"
วิธีที่เขาตอบคำถามและตำแหน่งที่เขาอยู่ขณะที่คนอื่น ๆ พูด, การที่เขาเฝ้ามองเพื่อนร่วมงานจากด้านหลัง,
นี่คงเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเขา และด้วยความที่เป็นคนฉับไวและฉลาดของเขา เลยทำให้เขามัก
จะได้รับบทบาทให้เป็น Tsukkomi อยู่เสมอ [ผู้แปลบอกไว้ว่า แปลว่าคนฉลาดแบบเล่นตลกคู่ ก็จะมี
บทของคนหนึ่งที่ฉลาดอยู่เสมอ และมีอีกคนที่โง่อยู่เสมอ tsukkomi คือคนที่รับบทบาทเป็นคนที่
ฉลาดอยู่เสมอคะ] ตอนที่อยู่เมมเบอร์ในรายการวาไรตี้
"บทบาทของ Tsukkomi ไม่ได้โดดเด่นอะไรนะ แม้แต่ตอนที่คุณดูตลก คนที่ได้รับเสียงเชียร์หรือ
กำลังใจก็มักจะเป็นบทของคนโง่เสมอ (หัวเราะ) แต่การเป็น Tsukkomi หมายถึงว่าคุณต้องมีเหตุผล
เสมอ แล้วก็มีคำตอบที่ถูกต้องด้วย และผมก็พบว่าบทบาทนั้นมันก็สนุกดี ผมคิดว่าบางทีมันคงเหมาะ
กับบุคคลิกของผมด้วยแหล่ะ"
แน่นอนไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงบทบาทของ Tsukkomi เหล่านี้ ว่ามันถูกแสดงออกด้วยความรัก
มากเพียงใด การเป็นคนสักคนที่เฝ้ามองเมมเบอร์จากข้างหลังด้วยความอบอุ่น นี่คงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
ทีเขามีเหมือนกัน
ต่อ Part II
จาก Popolo เดือนสิงหาคม 2552
ฉลองอาราชิครบรอบ 10 ปี
ซีรีย์สัมภาษณ์เดี่ยว ฉบับที่ 3
นิโนะมิยะ คาซึนาริ
10 ปีมาแล้วตั้งแต่วันแห่งโชคชะตาในวันนั้น
คุยเรื่อง "ทุกอย่าง" ของเรา
ความขยัน, ความซื่อสัตย์, ความรอบคอบ
ผมว่านั่นแหล่ะเป็นกลุ่มอย่างที่อาราชิเป็นล่ะ!
จากการแสดงในหนังฮอลีวู๊ดและงานอื่น ๆ นิโนะมิยะ คาซึนาริมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนใน
เรื่องของการเป็นนักแสดงมากที่สุดท่ามกลางเมมเบอร์อาราชิ เขาเป็นคนที่ให้ภาพลักษณ์
ว่าเป็นคนที่เย็นชา คงเป็นบทบาทที่เขาได้รับมักจะเป็นชายหนุ่มที่มาพร้อมกับเงาแห่งเมฆสีดำ
ก็เป็นได้ ยังไงก็ตาม กับเมมเบอร์อาราชิแล้ว เขามักแสดงด้านไร้สาระและสีหน้าที่ชอบสนุก
ออกมา เขาชอบเกมส์ เขาชอบมายากลไพ่ และเหนือสิ่งอื่นใด "นิโนะ" ชอบอาราชิ ต่อไปนี้
คือเรื่องราวอันวิเศษสุดใน 10 ปีของเขา
เมมเบอร์ทุกคนเป็นคนดีมาก!
นี่แหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงสามารถมาได้ไกลถึงขนาดนี้
เพราะเราทั้ง 5 คนสร้างทุกสิ่งขึ้นมาด้วยความอุตสาหะ เราถึงได้เป็นเราทุกวันนี้
"เมมเบอร์ทุกคนมีขยันและมีความอุตสาหะ เหมือนกับเป็นบุคคลิกพื้นฐานของแต่ละคนเลย
เพราะเรามีสิ่งนั้นทำให้เราเผชิญปัญหาเฉพาะหน้าได้ แม้ว่าเราจะมีความรู้สึกเหมือนหลงทาง
ในตอนแรกที่วงถูกตั้งขึ้น เราทำทุกอย่างด้วยความอุตสาหะมาตั้งแต่เริ่มแรก และเป็นเหตุผล
ว่าทำไมเราถึงเป็นเราอย่างทุกวันนี้"
นิโนะมิยะเป็นคนที่ 3 ที่ให้สัมภาษณ์ในซีรีย์ระลึกความทรงจำครบรอบ 10 ปีในครั้งนี้ นิโนะมิยะ
มองย้อนไปตอนที่พวกเขาเดบิวท์และคุยถึงนิสัยใจคอของเมมเบอร์ให้เราฟัง
"ก่อนวงของเราจะถูกตั้งขึ้นในปี 1999 ผมอยากไปเรียนต่อด้านโปรดักชั่นหนังที่เมืองนอก แล้ว
ก็เก็บเงินไว้แล้วด้วย ดังนั้นพอผมถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในเมมเบอร์ เป็นเรื่องที่ผมคาดไม่ถึงจริง ๆ
พอรู้ตัวอีกที ผมก็อยู่ที่ฮาวาย แล้วก็ต้องเดบิวท์ต่อสื่อมวลชนบนเรือ และ 1 ในจุดอ่อนของผม
อย่างที่คุณรู้นั่นแหละ ผมเมาเรือ มันเลยเป็นเรื่องที่แย่มาก ๆ...(หัวเราะ) แต่เพราะแรงกระตุ้น
บางอย่างทำให้ผมรู้ว่าผมควรจะทำอะไรตอนนั้น ผมน่ะไม่มีความตั้งใจที่จะละทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่
หรอก"
เหตุผลที่บรรยากาศในวงดีตั้งแต่เริ่มต้นก็เพราะพวกเขาทั้ง 4 เป็นคนดีมาก ๆ
ทั้ง ๆ ที่เขาพูดแบบนั้น ((ย่อหน้าที่แล้ว)) เขาก็ยังบอกเราด้วยรอยยิ้มอาย ๆ ว่า "แต่ก็มีบางอย่างที่
ทำให้ผมมีความสุขเล็กน้อยจากการตั้งวงขึ้นมานะ"
"ตอนที่คุณเป็นเจอาร์น่ะ มีคนอย่างคุณมากมาย และอะไรก็ตามที่ทำ ก็ต้องทำเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ แบบนั้น
ผมน่ะเป็นคนที่แย่ในเรื่องการที่ต้องทำงานกับคนกลุ่มใหญ่ ๆ แบบนั้น ดังนั้นพอผมกลายเป็นอาราชิ
มีแค่ 5 คนเท่านั้น ก็เลยรู้สึกว่าเป็นง่ายขึ้นสำหรับผม (หัวเราะ) ผมน่ะคุยกับเมมเบอร์ทุกคนมาก่อนหน้า
นี้แล้วด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด คือ พวกเขาทั้ง 4 เป็นคนดีมาก ๆ และเราก็
เข้ากันได้ตั้งแต่เริ่ม พอคิดแบบนี้แล้ว ผมก็เลยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริง ๆ!"
"ความใกล้ชิด" กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งก่อนที่ผมจะสังเกตเห็น
"ผมคิดว่าเมมเบอร์คนอื่น ๆ คงคุยเรื่องคืนในทัวร์คอน Here we go! แล้ว แต่จริง ๆ แล้ว ตอนนั้น
ผมน่ะไม่ค่อยได้พูดอะไรมากนัก ผมได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้น ฟังพวกเขาที่เหลือพูดเรื่องที่กำลังคิดกัน
ผมน่ะคิดอยู่ในใจว่า 'พวกเขาคิดอะไรกันมากมายจริง ๆ' 'อาราชิเป็นกลุ่มที่สุดยอดจริง ๆ' (หัวเราะ)
มันเป็นเรื่องทีลืมไม่ลงจริง ๆ ตอนที่ผมรู้ว่าเมมเบอร์คนอื่นคิดอะไรกัน แต่ผมไม่ได้คิดว่านั่นเป็น
เหตุผลที่ทำให้เรากลายเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นนะ" นี่คือสิ่งที่เขาพูดด้วยความมั่นใจ
"หรือจะว่าไป ผมก็ไม่เคยแม้แต่คิดว่า "พวกเราต้องเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่านี้!" หรือ "พวกเรา
ควรจะต้องกลุ่มแบบนี้!" ผมหมายถึงว่า ถ้าพวกเรากลายเป็นแบบนั้น บุคคลิกและความสามารถของ
แต่ละคนคงสูญหายไป และนั่นเป็นสิ่งที่พวกเราไม่ต้องการ"
"แต่พอเราคิดถึงเรื่องนี้ พวกเราก็รู้ว่าพวกเราสนิทกันจริง ๆ และความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้แหล่ะ
กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวงเรา จะว่าไป พวกเราก็เป็น "หนึ่งเดียวกัน" จริง แต่ไม่ได้ร่วมกัน
หรือความสามารถของแต่ละคนก็ยังคงเป็นอิสระต่อกันและกัน นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณสามารถทำได้ง่าย
เพียงแต่ต้องการทำเท่านั้น ผมก็เลยคิดว่านี่คงเป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่พวกเรามีด้วย ผมคิดว่า
บรรยากาศแบบนี้มีได้ ก็เพราะเป็นพวกเรา 5 คน"
พอเราถามเขาว่าเมื่อไรที่เขารู้สึกความสนิทสนมแบบนี้ เขาหัวเราะอาย ๆ และพูดว่า "ผมก็ไม่รู้
เหมือนกัน แต่ผมว่าพวกเราต้องสนิทกันมาก ๆ ขนาดที่ทำให้คนรอบข้างต้องบอกบ่อย ๆ ว่า พวกนาย
เนี่ยสนิทกันจริง ๆ เลยนะ (หัวเราะ)"
วิธีที่เขาตอบคำถามและตำแหน่งที่เขาอยู่ขณะที่คนอื่น ๆ พูด, การที่เขาเฝ้ามองเพื่อนร่วมงานจากด้านหลัง,
นี่คงเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเขา และด้วยความที่เป็นคนฉับไวและฉลาดของเขา เลยทำให้เขามัก
จะได้รับบทบาทให้เป็น Tsukkomi อยู่เสมอ [ผู้แปลบอกไว้ว่า แปลว่าคนฉลาดแบบเล่นตลกคู่ ก็จะมี
บทของคนหนึ่งที่ฉลาดอยู่เสมอ และมีอีกคนที่โง่อยู่เสมอ tsukkomi คือคนที่รับบทบาทเป็นคนที่
ฉลาดอยู่เสมอคะ] ตอนที่อยู่เมมเบอร์ในรายการวาไรตี้
"บทบาทของ Tsukkomi ไม่ได้โดดเด่นอะไรนะ แม้แต่ตอนที่คุณดูตลก คนที่ได้รับเสียงเชียร์หรือ
กำลังใจก็มักจะเป็นบทของคนโง่เสมอ (หัวเราะ) แต่การเป็น Tsukkomi หมายถึงว่าคุณต้องมีเหตุผล
เสมอ แล้วก็มีคำตอบที่ถูกต้องด้วย และผมก็พบว่าบทบาทนั้นมันก็สนุกดี ผมคิดว่าบางทีมันคงเหมาะ
กับบุคคลิกของผมด้วยแหล่ะ"
แน่นอนไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึงบทบาทของ Tsukkomi เหล่านี้ ว่ามันถูกแสดงออกด้วยความรัก
มากเพียงใด การเป็นคนสักคนที่เฝ้ามองเมมเบอร์จากข้างหลังด้วยความอบอุ่น นี่คงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
ทีเขามีเหมือนกัน
ต่อ Part II

และเหนือสิ่งอื่นใด นิโนะชอบโอจัง (ใช่ไหมล่ะ)
#1 By reindeer (115.67.97.29) on 2009-07-04 22:51