[Trans] Popolo : โอจัง Part II

posted on 21 Jun 2009 10:27 by genkichan

credits original translation : enshingesan@LJ

credits original scanlation : คุณo-sato บ้าน strawberrygangboard และ ghost say

จาก Popolo เดือนมิถุนายน 2009

ผมคิดว่า "ลีดเดอร์" น่ะเป็นชื่อเล่น (หัวเราะ)

ไม่มีความจำเป็นที่จะมาอธิบายเรื่องความมั่นใจที่เขาได้รับจากงานอดิเรกส่วนตัวของเขา ที่นำ
ไปสู่แรงจูงใจในการทำงานในฐานะอาราชิ มองย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ในฐานะลีดเดอร์ของ
อาราชิ พวกเขาเป็นยังไงบ้าง ?

"ผมถูกเรียกว่าลีดเดอร์ เพราะชนะเปา ยิ้ง ฉุบ มาจากรายการของโชเนนไต ดังนั้นก็เลยเป็นแค่ชื่อเล่น (หัวเราะ)
ดังนั้นผมก็เลยไม่จัดประชุมกลุ่มหรืออะไรก็ตาม ผมไม่ใช่คนประเภทแบบนั้น สำหรับผมที่ได้รับการเสนอชื่
ในตอนแรกนั้น ก็คงเพราะผมแก่ที่สุดในกลุ่ม แต่เมมเบอร์ทุกคนน่ะเป็นคนที่ไว้ใจนะ และก็ดูเหมือนว่า
พวกเขาจะแก่กว่าผมด้วย"

โอโนะพูดถึงบทบาทของเขาว่า "แทนที่จะเป็นกลุ่มที่ลีดเดอร์คอยออกคำสั่ง มันคงจะดีกว่าถ้าทำ
บรรยากาศรอบ ๆ ตัวให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของอาราชิ
อาจจะต้องขอบคุณบรรยากาศที่อ่อนโยนและสุภาพแบบนี้ที่มีให้กับเมมเบอร์ที่แก่ที่สุด

"ตอนที่พวกเราเพิ่งตั้งวงกันน่ะ ทุกคนสุภาพกับผมมาก ๆ เลย (ในฐานะรุ่นพี่เจอาร์) ผมคิดว่ามัตสึจุนน่ะ
เป็นแบบนั้นมากที่สุด ผมหมายถึงว่าเขาน่ะเคยพูดกับผมสุภาพมาก ๆ ด้วย มันตลกมาก ๆ เลยที่ตอนนี้
คิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาน่ะ (หัวเราะ)"

พวกเราแบ่งปันความรู้สึกเดียวกัน และก้าวไปพร้อมกันข้างหน้าด้วยกัน 5 คน

มีอยู่คืนหนึ่งหลังการแสดงคอนในจังหวัดที่ห่างจากโตเกียวจบลง พวกเขาทั้ง 5 คนก็มานั่งคุยกันถึง
กลุ่มของตัวเองอย่างจริงจัง

"ผมคิดว่าเป็นช่วง 2-3 ปีนับตั้งแต่เราตั้งวงขึ้นมา เรา 5 คนอยู่ในห้องเดียวกัน และก็ดูวีดีโอการแสดง
คอนในวันนั้นด้วยกัน และเหนือสิ่งอื่นใด เราเริ่มคุยกเรื่องของวงกัน เราฟังแต่ละคนพูดว่ารู้สึกยังไง
กับคอนจริง ๆ แล้วพวกเราก็ได้รู้ว่า "อ้า พวกเราคิดเหมือนกันเลย~" มันอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่
เราก็คิดกัน ซึ่งพวกเราพูดกันว่า "มาพยายามทำงานอย่างหนักด้วยกันเถอะ" แล้วก็คิดตรงกันเสมอว่าล
"ถ้าไม่ใช่เมมเบอร์พวกนี้ พวกเราก็คงไม่สามารถทำมันได้หรอก!"

ความรู้สึกนี้กลายเป็นความผูกพันที่แสดงออกผ่านคอนเสิรต์ นี่คือเหตุผลที่อธิบายว่าทำไมตอนจบของ
คอนทุกครั้ง พวกเขาห้าคนถึงจับมือกันและยกมันขึ้น

"ในช่วงเวลานั้น (หมายถึงตอนจับมือ) ผมคิดเสมอว่า "ผมดีใจที่ได้อยู่ในอาราชิ" โอโนะพูดสิ่งนี้ด้วย
รอยยิ้ม

ความผูกพันที่ลึกซึ้งแบบนี้ ทำให้อาราชิกลายเป็นวงที่สุดยอดวงหนึ่ง ที่จัดคอนเสิรต์ทั้งที่โดม เอเซียทัวร์
และแม้แต่คอนเสิรต์ที่สนามกีฬาแห่งชาติ (โคคุริทซึ)

"ตอนที่ผมเห็นผู้ชมนั่งกันเต็มในสถานที่ใหญ่ ๆ อย่างสนามกีฬาแห่งชาติ ผมคิดจริง ๆ ว่า "สุดยอดอะไร
อย่างนี้~" ผมน่ะคิดอีกอย่างว่า "ทำไมคนที่มากันเยอะจังน๊า?" (หัวเราะ) แต่ก็ทุกอย่างสำหรับพวกเรา
ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งก่อนหน้านี้และตอนนี้ ไม่มีสักครั้งที่พวกเราจะทำอะไรพิเศษไปจากเดิม

หนทางที่ดำเนินอยู่นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนกับไป โอโนะไม่ได้แสดงถึง
สัญญาณที่ตำหนิตัวเองอีกต่อไปแล้ว

"เราเผชิญงานแต่ละชิ้นที่อยู่ตรงหน้าเราด้วยความจริงใจ และเก็บสั่งสมประสบการณ์ และรู้ว่าตอนนี้
เราเป็นอะไร จากตอนนี้ต่อไปด้วย ผมจะทำด้วยพลังทั้งหมดที่ผมมี นี่คือสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"

ตอนที่โอโนะจบการสัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำเหล่านี้ เขายังคงมีสีหน้าที่สงบ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาและ
อาราชิจะทำให้พวกเราได้สนุกกับหน้าร้อนปีที่ 10 ที่กำลังจะมาถึงนี้ด้วยบรรยากาศที่อ่อนโยนอย่างไร

รูปถ่ายในสตูดิโอรำลึกความหลังของอาราชิจัง

เราให้เขาตั้งชื่อภาพอันเป็นสมบัติล้ำค่าของ Popolo ด้วย

ปี 2001 ฉบับเดือนกันยายน

ชื่อภาพ : อายุ 20 ปี
นี่เป็นหน้าร้อนตอนปี 2001 ตอนนั้นอายุ 20 ปี เปรียบเทียบกับตอนนี้แล้ว คุณสามารถเห็นถึงความ
ไร้เดียงสาที่ต่างกันเลย เป็นแบบที่ดูเชื่อถือไม่ได้หรือเปล่า? นี่เป็นหน้าแบบเฉยเมยของผมน๊า
(หัวเราะ) แต่จริง ๆ แล้วรูปนี้น่ะถ่ายใกล้เกินไปหน่อย น่าอายจริง ๆ~ (ยิ้ม

 ปี 2006 ฉบับเดือนกันยายน
 

ชื่อภาพ : สงบสุข

ผมจำสตูดิโอแล้วก็ช่างภาพที่ถ่ายรูปนี้ได้ มันเป็นตอนที่เรากำลังถ่ายหนังเรื่อง คิโร่ย นามิดะ ผมจำ
ได้ว่าตัวเองน่ะเหนื่อยนิดหน่อยตอนที่ถ่ายภาพกัน แต่เราทั้งห้าคนก็ยังดูเหมือนพวกเรายังสนุกสนาน
กันอยู่ เป็นช่วงเวลาที่สงบสุขจริง ๆ

ปี 2008 ฉบับเดือนกันยายน


ชื่อภาพ : สิ้นหวัง

นี่เป็นปีสุดท้าย ตอนที่ผมกำลังถ่ายละครเรื่องมาโออยู่ ตอนนั้นน่ะผมรู้สึกหดหู่สิ้นหวังในการใช้ชีวิต
ไปวันๆ แก้มท้วม ๆของผมที่ปกติเคยมีน่ะหายไปเลยล่ะ (หัวเราะ) นี่เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของผม
น่ะทำงานหนักสุดไปเลย แต่ทัวร์คอนโดมก็ยังคงสนุกอยู่ดี

edit @ 21 Jun 2009 19:23:44 by genki

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณสำหรับคำแปลนะคะ
ขอเมนต์รวบสองเอนทรี่นะคะ

ยิ่งอ่านยิ่งรักโอจัง
ส่วนตัวคิดว่า"ลีดเดอร์"ไม่ได้เป็นแค่ชื่อเล่น
แต่คำๆนี้หมายถึงโอจังจริง
ทุกครั้งที่ได้ยินคำนี้ จะนึกถึงโอจังเป็นคนแรกเสมอcry

โอจังไม่ได้อยู่คนเดียว นอกจากเมมเบอร์ทั้งสี่แล้ว
ยังมีเมมเบอร์คนที่หกอยู่ข้างๆ โอจังเสมอconfused smile

ชอบรูปสุดท้าย
แก้มท้วมๆ ของโอจังหายไป XD

#1 By Amichan~ on 2009-06-21 11:13

ยิ่งอ่านยิ่งรักโอจัง
ยิ่งอ่านยิ่งรักอาราชิ
ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกดีที่ได้รักอาราชิ

อาริกาโต้ว เกงกิจัง

#2 By yukyik (124.120.85.74) on 2009-06-21 11:47

"ลีดเดอร์" คือชื่อเล่นเหรอ แต่สำหรับแฟน ๆ ไม่ใช่นะ
โอจัง โอจังคือ ลีดเดอร์แห่งอาราชิค่ะ

อืม คอนฯ kokuritsu เป็นคอนที่โอจังประทับใจมาก ๆ

ภาพ สิ้นหวัง (เหรอ) ช่วงนั้นงานยุ่งมาก ทั้งละครมาโอ ทั้งคอนฯ และงานรายการประจำ...

ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ

#3 By tk3104~嵐 on 2009-06-21 11:53

ขอบคุณมากอีกครั้งค่ะพี่เกงกิ

คำว่าลีดเดอร์ เป็นคำพูดที่มักจะออกมาจากปากของเมมเบอร์อาราชิเสมอ โดยปกติแล้ว คนอื่นๆทั่วไปเค้ามักจะเรียกชื่อกัน
เพราะงั้นพอได้ยินคำว่าลีดเดอร์เมื่อไหร่ต้องนึกถึงโอจัง

พี่เกงกิ เวลาเม้นน้อยค่ะ ขอจบที่ รักโอจังมากๆเลยค่า
กลับบ้านก่อนล่ะ ฮ่าๆ

#4 By p_tomoyo on 2009-06-21 16:17

แม้จะชื่อภาพสิ้นหวัง

แต่เพราะโอจังที่ทุ่มเทให้กับงานขนาดนั้น ทำให้ได้มารู้จักและสนใจอาราชิ

เพราะงั้นสำหรับเราคือภาพ "จุดเริ่มต้น" ค่ะconfused smile

#5 By mars (222.123.60.77) on 2009-06-21 17:54

ขอบคุณพี่ป็อบ
ลีดเดอร์ของอาราชิไม่ใช่ชื่อเล่น
แต่ลีดเดอร์ของอาราชิ เป็นศูนย์รวมจิตใจ
แม้โอจังจะดูเหมือนอู้ ๆ ไปบ้าง(เหรอ) แต่ก็เป็นเสาหลัก ให้กำลังใจ และค้ำจุนเพื่อน ๆ ที่เหลือ
เราก็ดีใจที่ได้รักอาราชิ