[Trans] Popolo : โอจัง Part I
posted on 20 Jun 2009 09:21 by genkichancredits original translation : enshingesan@LJ
credits original scanlation : คุณo-sato บ้าน strawberrygangboard และ ghost say

จาก Popolo เดือนมิถุนายน 2009
ซีรีย์พิเศษอาราชิครบรอบ 10 ปี
สัมภาษณ์เดี่ยว ฉบับที่ 1
โอโนะ ซาโตชิ
10 ปีของความโกลาหลของลีดเดอร์ที่เป็นกาวใจของทุกคน
ตลอดเวลา ที่มีเมมเบอร์อยู่ใกล้ ๆ....
"ตอนที่เรา 5 คนจับมือกันในคอนเสิรต์น่ะ ผมรู้สึกประทับใจอยู่เสมอ
มันทำให้ผมดีใจที่ผมเป็นส่วนหนึ่งของ "อาราชิ"
ปีนี้ อาราชิครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่เดบิวท์มา ซีรีย์สัมภาษณ์เดี่ยวนี้จะเป็นสิ่งที่
จะแสดงให้เห็นอดีตของของพวกเขา! สำหรับการรำลึกถึงในฉบับแรกนี้ เมมเบอร์
ที่อายุมากที่สุดและเป็นลีดเดอร์ โอโนะ ซาโตชิ จะปรากฏตัวในฉบับแรกนี้
"พูดถึงเมื่อก่อนน่ะ อีกสี่คนที่เหลือน่ะดูเหมือนจะส่องประกายมาก ๆ เลยนะ" เขาพูด
จากวันนั้น 10 ปีผ่านมา จนถึงวันนี้ การพูดคุยเกี่ยวกับอดีตจะเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
และความเจ็บปวด
"เราไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรพิเศษสำหรับเรา"
มันต่างจากตอนที่ผมเป็นเจอาร์ ผมไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป
"พวกเรายุ่งเรื่องการโปรโมทกันมากหลังจากการประกาศเดบิวท์ของพวกเรา พูดตามตรง
ตอนที่อาราชิฟอร์มทีมกันขึ้นมา ผมไม่เต็มใจที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย มันเหมือน
แค่ผมหลับหูหลับตาทำสิ่งที่ผมถูกบอกให้ทำแค่นั้นเอง"
การสัมภาษณ์เดี่ยวเป็นการฉลองการรำลึกถึงปีที่ 10 ของอาราชิที่จะมาถึงในฤดูใบไม้ร่วง
นี้ ความจริงแล้ว นี่เป็นซีรีย์การสัมภาษณ์เดี่ยวครั้งแรกใน Popolo หลังจากที่เราเคยทำ
กันตอนที่เราเดบิวท์ครั้งแรก ตอนที่เราสัมภาษณ์ตอนนั้น ดูเหมือนโอโนะจะเงียบมาก ๆ
"ก่อนที่กลุ่มนี้จะถูกฟอร์มทีมขึ้นมา ผมก็ตัดสินใจที่จะไปสู่โลกแห่งศิลปะ เพราะแบบนั้น
ใจนึงของผมเลยมองงานนี้ (เป็นเจอาร์) ด้วยความรู้สึกที่เฉยชาเล็กน้อย และไม่ใส่ใจ
เพราะแบบนี้ ผมก็เลยไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องทำอะไรเมื่อถูกจับให้อยู่ในกลุ่มแบบนั้น และเดบิวท์"
"ผมคิดว่ามันเป็นเพราะผมรู้สึกแบบนี้ ครั้งหนึ่งมีงานออกรายการหนึ่ง ผมไปสายมาก ๆ
ผู้จัดการพูดกับผมว่า "รีบ ๆ หน่อยสิ" ผมก็ไปทั้ง ๆ ที่ไม่อยากไป สุดท้าย ผมไปที่นั่นด้วย
สภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น กระโดดเข้าไปในสตูดิโอได้ทันเวลาพอดี แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็น
ครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกผมทำให้คนอื่นต้องมาลำบากเพราะผมมากแค่ไหน"
"มันโดนใจผมจริง ๆ 'อ้า ถูกต้อง มันไม่เหมือนตอนผมเป็นเจอาร์ ไม่มีใครมาแทนที่ผมได้
อีกต่อไป" ผมคิดแบบนั้น "จากนี้ต่อไป ผมไม่ได้อยู่คนเดียว ผมมีเมมเบอร์ผู้ซึ่งอยู่กลุ่มเดียว
กับผม"
เมมเบอร์ดูเหมือนจะส่องประกายมากกว่าผม
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มทำงานด้วยความรู้สึกที่สดชื่นขึ้น แต่เขาก็ยังเปรียบเทียวตัวเองกับ
เมมเบอร์คนอื่น ๆ ปมด้อยนั้นที่เขารู้สึกนั้นขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ปีก่อนที่อาราชิจะเดบิวท์นั้น
โอโนะอยู่ที่เกียวโตเพื่อแสดงละครเวทีเรื่อง Kyo to Kyo เป็นเวลานาน ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ
นั้นออกทีวีเป็นประจำ และดูเหมือนจะเจิดจ้าด้วย
"ผมน่ะเริ่มต้นด้วยก้าวที่อยู่ข้างหลังคนอื่น 1 ก้าว ดังนั้นผมจำเป็นต้องตามอีก 4 คนที่เหลือ"
ผมรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง เมื่อก่อนตอนที่คิดแบบนั้น อาจจะเป็นเพราะตัวผมเองคิดไปเองก็ได้
เพราะช่วงนั้น ผมไม่มีความมั่นใจในตัวเองแม้แต่นิดเดียวเลย"
"แม้แต่ตอนที่ผมเห็นอาราชิในนิตยสาร 4 คนที่เหลือน่ะส่องประกายมาก ๆ เลย ผมสงสัยใน
ตอนนั้นเสมอว่า "ทำไมนะ ชั้นถึงถูกเลือกให้มาอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเขาล่ะ ?" ผมก็ทำงานหนักนะ
ในฐานะเจอาร์น่ะ แต่มันก็ยังรู้สึกแบบนั้น ผมน่ะสร้างความรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา แล้วสักพักมันก็
หายไป แล้วผมก็เริ่มสร้างมันขึ้นมาอีกครั้ง มันน่าเศร้านะที่คิดว่า "ทุกอย่างต้องเริ่มจากศูนย์
อีกครั้งน่ะ"
แล้วเขาก็เริ่มพูดสิ่งนี้กับเพื่อน , ได้รับคำแนะนำ, อ่านหนังสือเกี่ยวกับฝึกฝนควบคุมตนเอง ทำให้
เขาเริ่มกล้าที่เผชิญหน้าด้วยตัวเอง...ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มมีความคิดในแง่บวกอย่างช้า ๆ และดู
เหมือนว่ามันจะใช้เวลานานสำหรับเขา แต่เขาก็สามารถผ่านมันมาได้โดยสมบูรณ์
ผลตอบรับที่ผมได้รับจากละครเวทีเรื่อง Playzone ทำให้ความมั่นใจของผมกลับมา
และแล้วในวันหนึ่ง จุดเปลี่ยนก็มาถึง มันเริ่มขึ้นด้วยการที่เขาได้เล่นบทที่สำคัญมากในละครเวที
เรื่อง “PLAYZONE ’01 Shinseiki ~EMOTION~,” ซึ่งเป็นละครเพลงหน้าร้อนประจำปีของ
Shounentai ถึงแม้ว่าเขาจะประสบการณ์การเต้นแบคให้กับละครเวทีเรื่องนี้มาแล้ว แต่การที่
เขาได้เป็นส่วนหนึ่งในนักแสดงที่ถูกเลือกเป็น 1 ใน 3 คน พร้อมกับรุ่นพี่ มัตสึโอกะ มาซาฮิโระ
(โทคิโอะ) และอิโนะฮาร่า โยชิฮิโกะ (V6) มันเป็นเรื่องที่สุดยอดมาก อย่างไรก็ตาม โอโนะก็พูดว่า
การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เขาลำบากใจมากที่สุดก็ตาม
"ตอนนั้น ผมน่ะไม่มีประสบการณ์เรื่องการแสดงเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสนใจเลยด้วยซ้ำ
และยิ่งไปกว่านั้น มาได้รับบทเดียวกับรุ่นพี่อย่างพี่มัตสึและอิโนจจี้ด้วยแล้ว ผมยิ่งฝึกฝนอย่างหนัก
ทุกวัน หลังจากที่เรียนบทเรียนจากผู้กำกับเวทีแล้ว ผมก็จะตรงกลับบ้านเพื่อฝึกซ้อม และวันต่อมา
ผมก็จะไปซ้อมแล้วก็กลับไปฝึกอีกครั้ง...ทำแบบนี้ซ้ำๆ กันทุกวัน และเมื่อผมได้รับการชมเชยเรื่อง
การแสดงเพราะผลของความพยายามของผม ผมจำได้ว่าผมมีความสุขมาก ๆ เลย"
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยเลยว่า นักแสดงนำละครเพลงอย่างโชเนนไตชื่นชมการเติบโตครั้งนี้ของโอโนะ
อย่างไร น้ำตาของโอโนะที่เช็ดไปกับผ้าม่านหลังจากถูกเรียกออกมาในรอบสุดท้ายบอกได้ถึง
ความสำเร็จของการแสดงทั้งหมดได้ดี พอ ๆ กับประสบการณ์ที่สนุกสนานที่ช่วยให้เขากล้า
เผชิญหน้ากับการแสดงได้
"ผมร้องไห้ตอนแสดงรอบสุดท้ายของ kyo to kyo ด้วย แต่นั่นเป็นเพราะผมวางแผนที่จะออก
จากการเป็นเจอาร์ และนั่นเป็นการแสดงรอบสุดท้ายของผม ดังนั้นมันเป็นน้ำตาแห่งการลาจาก
แต่สำหรับ Playzone มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันเหมือนสิ่งใหม่ ๆ ได้เริ่มต้นขึ้น มันเป็นน้ำตา
จากความยินดีและมีความสุข"
จากประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้เขาเอาชนะความไม่ชอบการแสดงในขั้นต้นได้ โอโนะผู้ซึ่งตอนนี้
รู้ถึงเรื่องการแสดงแล้ว ต่อมาเขาก็ได้เล่นบทนำใน Puu ซีรีย์ซึ่งเป็นละครเวทีที่เต็มไปด้วยการต่อ
สู้ด้วยดาบที่น่าตื่นเต้นและต้องมีเซ้นส์ในเรื่องความเร็วอย่างมากด้วย และปัจจุบันเขาเองก็แสดง
นำในละครซีรีย์เรื่องหนึ่งด้วย
edit @ 20 Jun 2009 17:32:19 by genki
edit @ 20 Jun 2009 23:33:05 by genki
edit @ 20 Jun 2009 23:35:01 by genki

โอพูดซะซึ้ง
จริง ๆ แต่ก่อนอาจจะดูไประยิบระยับเท่าไหร่
แต่ปัจจุบันโอเจิดจ้าที่สุดเลยนะ
(อาจจะเพราะได้รับความรักจากเมมเบอร์เต็มเปี่ยม ฮา ฮา)
#1 By ★☆成長ありの嵐くん☆★"โตไว ๆ จะได้แข็งแรง" on 2009-06-20 10:32