[Trans] Switch 04/2009 Part II
posted on 27 Apr 2009 21:38 by genkichan
credits original translation : ames909san@LJ / nukumisan@vox
Ling Page original translated :
http://say-it-again.livejournal.com/68941.html
http://say-it-again.livejournal.com/69576.html
http://nukumi.vox.com/library/post/switcher-roo.html
วันที่ 3 โอโนะ ซาโตชิ - กองบรรณธิการนิตยสาร Switch
"อรุณสวัสดิ์ครับ" เหมือนเป็นคำทักทายจากเขา ลีดเดอร์เพิ่งตื่น ตอนนี้ละครของเขา
อุตะโนะโอนี่ซังกำลังมาถึงตอนไคล์แมกซ์แล้ว ทำให้เขาได้นอนน้อยลง เพราะแบบนั้
เขาเลยต้องนอนบนรถในระหว่างย้ายจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง นี่เป็น
เรื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตารางงานของเขาแน่นแค่ไหน ถึงจะดูเหมือนเขาตื่นตัวเล็กน้อย
ในขณะที่ฟังสิ่งที่เราคุยกัน แต่เขาไม่ได้สงวนท่าทีอะไรทั้งนั้น
"ผมน่ะไม่คิดว่าจะต้องเล่นละครอีกเรื่องทันที หลังจากที่ "มาโอ" จบลง เพราะ "มาโอ" น่ะ
เป็นละครซีรีย์เรื่องแรกของผม และการที่รับบทนำแบบนั้น ตลอด 3 เดือนนั้นน่ะเหนื่อยมากจริง ๆ
ถึงแม้ว่ามันจะจบไปแล้ว มันก็ยากที่จะสลัดบทนั้นออกจากตัวได้ทันที แต่พอผมได้มาเข้าฉาก
"อุตะโนะโอนี่ซัง" พร้อมด้วยสิ่งที่เหมือนการจัดการแผนงานและจังหวะ ผมสังเกตได้ว่าผมสามารถ
เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน"
อืม ถ้าคุณเล่นละครเวทีจนถึงตอนนี้ คุณคงต้องสามารถหลับตาจินตนาการภาพในหัวได้ และสร้าง
สรรค์มันขึ้นเพื่อใช้ซ้อม หรือตอนแสดงจริงได้น่ะซิ
"แต่มันใช้ไม่ได้กับละครหรอกนะ มันต่างจากละครเวที นี่เป็นครั้งที่ 2 ของผมที่ได้เล่นละคร แต่
ผมน่ะจะเป็นยังไงตอนจบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องสนุกกับมัน ไม่ใช่แค่ผมนะ ผมน่ะอยากให้
สต๊าฟ นักแสดง และคนที่ได้ดู ได้สนุกกับมันด้วยกัน"
ตัวละครในเรื่องนี้ (อุตะโนะฯ) กับที่ไม่เต็มใจในงานโอนี่ซังกลับกลายเป็นคนดัง มันคล้าย ๆ กับ
ชีวิตของคุณเองในอดีตในช่วงก่อนเดบิวท์ ที่คุณเคยบอกหลายครั้งว่า "ผมอยากจะลาออก"
หรือเปล่า?
"อืม แบบนั้นแหล่ะครับ ตอนแรกผมพยายามที่จะเข้าถึงตัวละคร แต่โปรดิวเซอร์บอกว่า
เป็นตัวผมนั่นแหล่ะดีแล้ว ผมก็ "อ้า นี่หรือที่คุณต้องการ" อะไรแบบนั้นน่ะครับ"
แล้วสนุกไหมครับกับการทำงานกับเด็กๆ ที่กองถ่าย?
"ผมแปลกใจมากที่เข้ากับพวกเขาได้ พวกเขาน่ะอยู่ใกล้ผมบ่อยมาก ๆ ถึงเราจะต้องออกไปถ่าย
นอกสถานที่กันบ้าง แต่สิ่งนี้จะบอกถึงความแข็งแกร่งของคุณได้นะ เวลาที่คุณอยู่กับเด็ก ๆ
มากมายขนาดนี้น่ะ" ((หมายถึงเล่นกับเด็ก จนเหนื่อย))
เพราะมีละครต่อเนื่องกันแบบนี้ คุณเลยไม่มีเวลาวาดรูปหรือตกปลาแล้วใช่ไหม?
"ครับ ผมน่ะคิดถึงเรื่องตกปลาอยู่ตลอดเมื่อไรก็ตามที่ผมไม่ได้เข้าฉาก ผมชอบวาดรูปด้วยนะ
แต่ว่าตอนนี้ผมติดเรื่องตกปลามากกว่า ตกปลาในทะเล ต้องตื่นแต่เช้าออกเรือด้วย"
ส่วนไหนของการตกปลาที่ทำให้คุณหลงใหลมัน?
"ผมชอบที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มันให้ความรู้สึกดี ถึงผมจะจับอะไรไม่ได้เลย ผมก็ยัง
รู้สึกสนุกอยู่ดี แต่การตกปลานี่ให้ความรู้สึกถึง "ความว่างเปล่า" ตอนที่คุณรอให้ปลากินเหยื่อ
ผมคิดว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกความสงบภายในอย่างแท้จริงด้วยการตกปลานี่แหล่ะ"
ถ้าคุณมีเวลา คุณอยากไปตกปลาทุกวันเลยใช่ไหม?
"แน่นอนครับ ไม่ว่าผมจะตกปลาได้หรือไม่ได้ ผมก็จะอยากไปอีกครั้งทันที แต่ถึงตอนนี้ผม
ยังไปไม่ได้ ก็ยังรู้สึกแบบว่า "โอ๊ะ ไม่เป็นไร" แบบนั้นน่ะครับ"
เพราะคุณคิดว่าตอนนี้เป็นเวลาที่คุณต้องพยายามเต็มที่ใช่ไหม?
"แทนที่จะรู้สึกว่ามันเป็นแค่เวลาที่ต้องทำงานหนัก แต่ผมรู้สึกมากกว่านั้นว่ามันเป็นช่วงเวลา
ที่ผมจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ หลายอย่าง มีหลายครั้งที่ผมคิดถึงเรื่องนี้เรื่องนั้นอยู่บ้าง
แต่ก็มาเลิกคิดซะกลางทางเพราะรู้สึกลำบาก ในกรณีของผมน่ะ การคิดถึงเกี่ยวมันจะไม่มีทาง
เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น แต่ยิ่งผมคิดถึงมัน ผมจะรู้สึกว่าตัวเองถูกจำกัด ผมก็เริ่มรู้สึกไม่ชอบมัน
เพราะความรู้สึกแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกสูญเสียอิสระของตัวเอง"
ในฐานะลีดเดอร์ ถ้าเราถามเกี่ยวกับปีที่ 10 ของอาราชิ โอโนะ ซาโตชิ จะตอบว่าอย่างไร?
"ถ้าคุณบอกว่ามันเร็ว มันก็เร็ว ถ้าคุณบอกว่ามันนาน มันก็นาน แต่มันไม่มีอะไรที่คิดเกิดขึ้นโดย
ไม่มีการคิดมาก่อน โอ๊ะ ใช่แล้ว มันเดินตรงไปข้างหน้าตลอด"
ตรงไปข้างหน้าเหรอ?
"ครับ เราไม่เคยใช้ทางลัดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีใครอยากให้ความพยายามสูญเปล่าใช่ไหมล่ะ? แต่
ผมคิดว่านั่นแหล่ะเป็นสิ่งที่ทำให้อาราชิมาถึงจุดนี้ในวันนี้ ผมน่ะไม่อยากพูดถึงมันเท่าไรหรอก"
คุณคิดถึงเมมเบอร์ทั้งสี่คนต่างจากเมื่อก่อนไหม?
"พวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไป แต่พวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ความสามารถในการพูดคุยในรายการ
วาไรตี้หรืออะไรแบบนี้ก็ดีขึ้นมากด้วย ผมยังไม่คิดเลยว่าแม้แต่ผมเองก็ทำได้"
แล้วคุณล่ะ? เปลี่ยนไปไหม?
"ผมเปลี่ยนไปนิดหน่อยล่ะมั้ง? การแบ่งสรรเวลา ผมได้รับอนุญาตให้ยืดหยุ่นได้มากกว่าแต่ก่อน
แต่ก็มีหลายที่ที่ผมมีอิสระต่างจากแต่ก่อนด้วย ผมมีสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย อย่างนิทรรศการ
ของตัวเอง ผมชอบสถานที่ที่ทำให้ผมรู้สึกดี อย่างทะเลหรือที่ไหนสักแห่ง...แต่จริง ๆ แล้วที่บอก
ไป มันก็อาจเป็นแค่ผมน่ะไม่มีเวลาออกไปตกปลาเลยก็ได้"
วันที่ 4 นิโนะมิยะ คาซึนาริ - สตูดิโอรายการวิทยุ
ก่อนหน้านี้ สตูดิโอแห่งนี้เงียบสนิท แต่พอถูกเติมเต็มด้วยการพูดคุยอันสนุกสนานของนิโนะมิยะ
สตูดิโอแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะนับไม่ถ้วน เราอยู่กันที่สตูดิโอที่เขาจัดรายการวิทยุของเขา
เบย์สตรอม มันไม่เหมือนจินตนาการของเราสักเท่าไรนัก นิโนะมิยะดูผ่อนคลายกว่าอยู่ในทีวี
มาก
"จัดรายการวิทยุน่ะสนุกนะครับ มันเป็นอิสระ มันอาจจะเป็นงานเดียวเท่านั้นที่ผมสามารถพูด
ได้ว่าผมเก่ง มันเป็นงานที่สุ่มเอาแล้วก็เบาด้วยใช่ไหมล่ะ? และแม้ว่าผมจะจัดมา 6 ปีแล้ว ผม
ก็ยังไม่เคยมีแขกรับเชิญเลย"
คุณประสบการณ์ในการจัดรายการวิทยุมาก่อนไหม?
"ผมเริ่มทำรายการวิทยุตั้งแต่อายุ 14 หรือ 15 ผมเป็นประเภทชอบที่จะจัดมากกว่าจะฟังนะ
แต่เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ ไม่ค่อยมีใครฟังวิทยุกันแล้วล่ะ"
ปีที่แล้วเป็น Ryusei no kizuna แล้วช่วงที่ฉบับนี้ (switch) จะวางแผง ละครเรื่อง
door to door ก็จะออกอากาศด้วย ลำบากใจที่คุยเรื่องการแสดงหรือเปล่าครับ?
"จริง ๆ เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนของผมเลยนะเนี่ย...แต่ผมน่ะโชคดี ได้ทำโปรดักชั่นที่สุดยอด
และทำงานกับผู้คนที่หลากหลาย"
คุณกลับไปดูผลงานก่อนหน้านี้ของตัวเองหรือเปล่า?
"ไม่นะ ไม่เลย แม้แต่ตอนที่ถ่าย ถ้าผู้กำกับไม่บอกผม ผมก็ไม่แม้แต่จะเช็คมอนิเตอร์เลยล่ะ
ผมคิดว่ามันจะสมบูรณ์ต่อเมื่อทุกอย่างถ่ายเสร็จหมดแล้ว ผมคิดว่าการตัดสินใจแบบนี้มัน
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะ ว่าใครจะเอามาตรฐานอะไรมาวัด แต่พูดกันโดยทั่วไปแล้ว ผมก็
เป็นคนที่มีความสุขกับการทำละครนะ สิ่งนั้นน่ะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผมเลยล่ะ ถึงแม้
มันจะฟังดูแปลก ๆ แต่มันโอเคตราบเท่าที่ผมยังคงสนุกตอนอยู่ในฉาก และผมว่าผมน่ะ
โชคดีที่ได้รับสิ่งเหล่านั้นมาตลอด"
คติพจน์เกี่ยวกับการแสดงของนิโนะมิยะคืออะไร?
"อืม ผมคิดกับตัวเองนะ "มาทำอะไรที่แตกต่างกันเถอะ"
อะไรที่แตกต่างเหรอ?
"มีหลายครั้ง ผมน่ะจะมีความรู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ มาก ซึ่งผมน่ะคิดและแสดงออกในสิ่งที่ตรง
ข้ามกับสิ่งที่ผมต้องทำ ง่าย ๆ อย่างเช่น ฉากนี้จะต้องร้องไห้ แต่ผมก็จินตนาการว่าต้องหัวเราะ
ไว้ ผมน่ะไม่ใช่นักแสดงที่ผ่านการเรียนมา หรือผ่านการสร้างสรรค์ทักษะอย่างถูกต้อง ดังนั้น
พอผมเห็นนักแสดงคนอื่นที่ผมทำงานด้วย พยายามจะตอบสนองสิ่งที่ผู้กำกับบอกให้ทำ ผมก็
เลยพบว่านั่นน่ะมันเจ๋งจริง ๆ ผมน่ะประทับใจที่เขาสามารถดึงสิ่งเหล่านั้นออกมาได้ แต่ในอีก
ด้านหนึ่ง ผมก็ยังสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกผมให้ไปแสดงด้วย ประเด็นคืออะไร มันอาจจะง่าย
ขึ้นนิดหน่อยที่จะแสดงเพราะผมไม่มีความรู้สึกว่าอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่"
ครับ คุณอยู่กับอาราชิมา 10 ปีแล้วใช่ไหม?
"ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนพูดนะ แต่มีคำพูดที่ว่า "ชีวิตน่ะสั้นเกินไปที่จะมองย้อนกลับไป" ดังนั้น
ผมก็ทิ้งหัวข้อแบบนี้ไว้เบื้องหลัง เก็บไว้เป็นความทรงจำ...ผมน่ะไม่เคยเก็บรูปอะไรไว้เลย รูปที่ถ่าย
พวกเรา 5 คนในชุดเสื้อผ้าดี ๆ ในแม๊กกาซีนทั้งหลาย เหมือนกับเป็นรูปถ่ายที่ระลึกสำหรับผมเลย
สิ่งนั้นแหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเรา 5 คนถึงสร้างความทรงจำดี ๆ ทุก ๆ เดือน ผมรู้สึกขอบคุณ
สำหรับเรื่องการครบรอบ 10 ปี แต่ผมน่ะมีผลกระทบกับเลข 4 หรือ 8 มากกว่า 10 นะ
เอ๊ะ 4 กับ 8 เหรอ?
"เราน่ะเดบิวท์ตอนช่วงวอลเล่ย์บอลเวิล์ดคัพใช่ไหมล่ะ? นี่แหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนที่ Hey Sey
Jump เดบิวท์ ผมถึงคิดว่า "นี่ปีที่ 8 ของเราแล้วเหรอเนี่ย?" แล้ว "V6 ก็ปีที่ 12 แล้วสินะ" แม้แต่
ลีดเดอร์ยังพูดอะไรแบบว่า "ทุกคนน่ะตื่นเต้นกับปีที่ 10 ของเรา ทำให้ชั้นรู้สึกขอโทษปีที่ 9 ของเรา
เลยนะเนี่ย" อาราชิน่ะมีความเป็นไปได้ที่จะฉลอง 10 ปีกว่าไม่ฉลอง ซึ่งจะได้เห็นการรวมตัวกันของ
ผู้คนที่มีความสุขด้วยกันด้วย ดังนั้นสุดท้าย ถ้าเราถูกบอกว่า "ยินดีด้วยนะ!" เราก็คงจะมีความสุขและ
ตื่นเต้นกับมันมากอยู่ดี"
คุณมีความรู้สึกยังไงกับอายุที่มากขึ้น?
"ผมยังสนุกกับชีวิตอยู่นะ มีอะไรหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้ในตอนนี้ ผมเชื่อในคำทำนายของนอสตราดามุส
ผมน่ะคิดจริง ๆ จัง ๆ ว่าตัวเองจะตายตอนอายุ 16 ตอนที่ก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่ แต่ถึงกระนั้นตอนนี้ก็
ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ บ่งบอกว่าผมจะตาย คำทำนายยังคงเป็นสิ่งดีสำหรับผม เพราะผมคิดผมใช้เงินเก็บ
ทั้งหมดของผมซื้อเกมทุกเกมที่ผมชอบด้วย"
ถึงแม้โดยปกติแล้วคุณจะเป็นคนที่ยึดมั่นในความจริง
"ผมน่ะเป็นคนที่จิตใจอ่อนแอ ผมน่ะไม่สามารถยืนยันสิ่งเราพูดกันก่อนหน้านี้ได้ ปีนั้นน่ะเป็นปี 2000 ที่
มีปัญหาด้วย ผมน่ะกลัวจริง ๆ เรื่องที่เครื่องยนต์หรือสิ่งที่ใช้ไฟฟ้าจะหยุดทำงานลงจริง ๆ
แต่แม้แต่ตอนเซคชั่นพิเศษเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คุณคุยถึงเรื่องทัศนคติที่ยอดเยี่ยมที่คุณมีต่ออาราชิในฐานะไอดอล
ในอนาคตด้วย
"อ้า, เรื่องที่ "ผู้ชายธรรมดา 5 คนสามารถมาได้ไกลแค่ไหน" ใช่ไหม เรื่องนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรนะ "หนุ่ม"
หรือ "แก่" หรือ "สนุก" หรือ "ลำบาก" เราพูดไม่ได้จริง ๆ ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านั้น ผมคิดว่านี่แหล่ะเป็นความ
หมายที่อยู่ในใจ ทั้งหมดของอาราชิคุณสามารถเห็นทั้งหมดได้ 10 ปีของเราได้"
Ling Page original translated :
http://say-it-again.livejournal.com/68941.html
http://say-it-again.livejournal.com/69576.html
http://nukumi.vox.com/library/post/switcher-roo.html
วันที่ 3 โอโนะ ซาโตชิ - กองบรรณธิการนิตยสาร Switch
"อรุณสวัสดิ์ครับ" เหมือนเป็นคำทักทายจากเขา ลีดเดอร์เพิ่งตื่น ตอนนี้ละครของเขา
อุตะโนะโอนี่ซังกำลังมาถึงตอนไคล์แมกซ์แล้ว ทำให้เขาได้นอนน้อยลง เพราะแบบนั้
เขาเลยต้องนอนบนรถในระหว่างย้ายจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง นี่เป็น
เรื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตารางงานของเขาแน่นแค่ไหน ถึงจะดูเหมือนเขาตื่นตัวเล็กน้อย
ในขณะที่ฟังสิ่งที่เราคุยกัน แต่เขาไม่ได้สงวนท่าทีอะไรทั้งนั้น
"ผมน่ะไม่คิดว่าจะต้องเล่นละครอีกเรื่องทันที หลังจากที่ "มาโอ" จบลง เพราะ "มาโอ" น่ะ
เป็นละครซีรีย์เรื่องแรกของผม และการที่รับบทนำแบบนั้น ตลอด 3 เดือนนั้นน่ะเหนื่อยมากจริง ๆ
ถึงแม้ว่ามันจะจบไปแล้ว มันก็ยากที่จะสลัดบทนั้นออกจากตัวได้ทันที แต่พอผมได้มาเข้าฉาก
"อุตะโนะโอนี่ซัง" พร้อมด้วยสิ่งที่เหมือนการจัดการแผนงานและจังหวะ ผมสังเกตได้ว่าผมสามารถ
เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน"
อืม ถ้าคุณเล่นละครเวทีจนถึงตอนนี้ คุณคงต้องสามารถหลับตาจินตนาการภาพในหัวได้ และสร้าง
สรรค์มันขึ้นเพื่อใช้ซ้อม หรือตอนแสดงจริงได้น่ะซิ
"แต่มันใช้ไม่ได้กับละครหรอกนะ มันต่างจากละครเวที นี่เป็นครั้งที่ 2 ของผมที่ได้เล่นละคร แต่
ผมน่ะจะเป็นยังไงตอนจบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องสนุกกับมัน ไม่ใช่แค่ผมนะ ผมน่ะอยากให้
สต๊าฟ นักแสดง และคนที่ได้ดู ได้สนุกกับมันด้วยกัน"
ตัวละครในเรื่องนี้ (อุตะโนะฯ) กับที่ไม่เต็มใจในงานโอนี่ซังกลับกลายเป็นคนดัง มันคล้าย ๆ กับ
ชีวิตของคุณเองในอดีตในช่วงก่อนเดบิวท์ ที่คุณเคยบอกหลายครั้งว่า "ผมอยากจะลาออก"
หรือเปล่า?
"อืม แบบนั้นแหล่ะครับ ตอนแรกผมพยายามที่จะเข้าถึงตัวละคร แต่โปรดิวเซอร์บอกว่า
เป็นตัวผมนั่นแหล่ะดีแล้ว ผมก็ "อ้า นี่หรือที่คุณต้องการ" อะไรแบบนั้นน่ะครับ"
แล้วสนุกไหมครับกับการทำงานกับเด็กๆ ที่กองถ่าย?
"ผมแปลกใจมากที่เข้ากับพวกเขาได้ พวกเขาน่ะอยู่ใกล้ผมบ่อยมาก ๆ ถึงเราจะต้องออกไปถ่าย
นอกสถานที่กันบ้าง แต่สิ่งนี้จะบอกถึงความแข็งแกร่งของคุณได้นะ เวลาที่คุณอยู่กับเด็ก ๆ
มากมายขนาดนี้น่ะ" ((หมายถึงเล่นกับเด็ก จนเหนื่อย))
เพราะมีละครต่อเนื่องกันแบบนี้ คุณเลยไม่มีเวลาวาดรูปหรือตกปลาแล้วใช่ไหม?
"ครับ ผมน่ะคิดถึงเรื่องตกปลาอยู่ตลอดเมื่อไรก็ตามที่ผมไม่ได้เข้าฉาก ผมชอบวาดรูปด้วยนะ
แต่ว่าตอนนี้ผมติดเรื่องตกปลามากกว่า ตกปลาในทะเล ต้องตื่นแต่เช้าออกเรือด้วย"
ส่วนไหนของการตกปลาที่ทำให้คุณหลงใหลมัน?
"ผมชอบที่ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มันให้ความรู้สึกดี ถึงผมจะจับอะไรไม่ได้เลย ผมก็ยัง
รู้สึกสนุกอยู่ดี แต่การตกปลานี่ให้ความรู้สึกถึง "ความว่างเปล่า" ตอนที่คุณรอให้ปลากินเหยื่อ
ผมคิดว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกความสงบภายในอย่างแท้จริงด้วยการตกปลานี่แหล่ะ"
ถ้าคุณมีเวลา คุณอยากไปตกปลาทุกวันเลยใช่ไหม?
"แน่นอนครับ ไม่ว่าผมจะตกปลาได้หรือไม่ได้ ผมก็จะอยากไปอีกครั้งทันที แต่ถึงตอนนี้ผม
ยังไปไม่ได้ ก็ยังรู้สึกแบบว่า "โอ๊ะ ไม่เป็นไร" แบบนั้นน่ะครับ"
เพราะคุณคิดว่าตอนนี้เป็นเวลาที่คุณต้องพยายามเต็มที่ใช่ไหม?
"แทนที่จะรู้สึกว่ามันเป็นแค่เวลาที่ต้องทำงานหนัก แต่ผมรู้สึกมากกว่านั้นว่ามันเป็นช่วงเวลา
ที่ผมจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ หลายอย่าง มีหลายครั้งที่ผมคิดถึงเรื่องนี้เรื่องนั้นอยู่บ้าง
แต่ก็มาเลิกคิดซะกลางทางเพราะรู้สึกลำบาก ในกรณีของผมน่ะ การคิดถึงเกี่ยวมันจะไม่มีทาง
เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น แต่ยิ่งผมคิดถึงมัน ผมจะรู้สึกว่าตัวเองถูกจำกัด ผมก็เริ่มรู้สึกไม่ชอบมัน
เพราะความรู้สึกแบบนั้นทำให้ผมรู้สึกสูญเสียอิสระของตัวเอง"
ในฐานะลีดเดอร์ ถ้าเราถามเกี่ยวกับปีที่ 10 ของอาราชิ โอโนะ ซาโตชิ จะตอบว่าอย่างไร?
"ถ้าคุณบอกว่ามันเร็ว มันก็เร็ว ถ้าคุณบอกว่ามันนาน มันก็นาน แต่มันไม่มีอะไรที่คิดเกิดขึ้นโดย
ไม่มีการคิดมาก่อน โอ๊ะ ใช่แล้ว มันเดินตรงไปข้างหน้าตลอด"
ตรงไปข้างหน้าเหรอ?
"ครับ เราไม่เคยใช้ทางลัดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีใครอยากให้ความพยายามสูญเปล่าใช่ไหมล่ะ? แต่
ผมคิดว่านั่นแหล่ะเป็นสิ่งที่ทำให้อาราชิมาถึงจุดนี้ในวันนี้ ผมน่ะไม่อยากพูดถึงมันเท่าไรหรอก"
คุณคิดถึงเมมเบอร์ทั้งสี่คนต่างจากเมื่อก่อนไหม?
"พวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไป แต่พวกเขาโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ความสามารถในการพูดคุยในรายการ
วาไรตี้หรืออะไรแบบนี้ก็ดีขึ้นมากด้วย ผมยังไม่คิดเลยว่าแม้แต่ผมเองก็ทำได้"
แล้วคุณล่ะ? เปลี่ยนไปไหม?
"ผมเปลี่ยนไปนิดหน่อยล่ะมั้ง? การแบ่งสรรเวลา ผมได้รับอนุญาตให้ยืดหยุ่นได้มากกว่าแต่ก่อน
แต่ก็มีหลายที่ที่ผมมีอิสระต่างจากแต่ก่อนด้วย ผมมีสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย อย่างนิทรรศการ
ของตัวเอง ผมชอบสถานที่ที่ทำให้ผมรู้สึกดี อย่างทะเลหรือที่ไหนสักแห่ง...แต่จริง ๆ แล้วที่บอก
ไป มันก็อาจเป็นแค่ผมน่ะไม่มีเวลาออกไปตกปลาเลยก็ได้"
วันที่ 4 นิโนะมิยะ คาซึนาริ - สตูดิโอรายการวิทยุ
ก่อนหน้านี้ สตูดิโอแห่งนี้เงียบสนิท แต่พอถูกเติมเต็มด้วยการพูดคุยอันสนุกสนานของนิโนะมิยะ
สตูดิโอแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะนับไม่ถ้วน เราอยู่กันที่สตูดิโอที่เขาจัดรายการวิทยุของเขา
เบย์สตรอม มันไม่เหมือนจินตนาการของเราสักเท่าไรนัก นิโนะมิยะดูผ่อนคลายกว่าอยู่ในทีวี
มาก
"จัดรายการวิทยุน่ะสนุกนะครับ มันเป็นอิสระ มันอาจจะเป็นงานเดียวเท่านั้นที่ผมสามารถพูด
ได้ว่าผมเก่ง มันเป็นงานที่สุ่มเอาแล้วก็เบาด้วยใช่ไหมล่ะ? และแม้ว่าผมจะจัดมา 6 ปีแล้ว ผม
ก็ยังไม่เคยมีแขกรับเชิญเลย"
คุณประสบการณ์ในการจัดรายการวิทยุมาก่อนไหม?
"ผมเริ่มทำรายการวิทยุตั้งแต่อายุ 14 หรือ 15 ผมเป็นประเภทชอบที่จะจัดมากกว่าจะฟังนะ
แต่เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ ไม่ค่อยมีใครฟังวิทยุกันแล้วล่ะ"
ปีที่แล้วเป็น Ryusei no kizuna แล้วช่วงที่ฉบับนี้ (switch) จะวางแผง ละครเรื่อง
door to door ก็จะออกอากาศด้วย ลำบากใจที่คุยเรื่องการแสดงหรือเปล่าครับ?
"จริง ๆ เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนของผมเลยนะเนี่ย...แต่ผมน่ะโชคดี ได้ทำโปรดักชั่นที่สุดยอด
และทำงานกับผู้คนที่หลากหลาย"
คุณกลับไปดูผลงานก่อนหน้านี้ของตัวเองหรือเปล่า?
"ไม่นะ ไม่เลย แม้แต่ตอนที่ถ่าย ถ้าผู้กำกับไม่บอกผม ผมก็ไม่แม้แต่จะเช็คมอนิเตอร์เลยล่ะ
ผมคิดว่ามันจะสมบูรณ์ต่อเมื่อทุกอย่างถ่ายเสร็จหมดแล้ว ผมคิดว่าการตัดสินใจแบบนี้มัน
ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะ ว่าใครจะเอามาตรฐานอะไรมาวัด แต่พูดกันโดยทั่วไปแล้ว ผมก็
เป็นคนที่มีความสุขกับการทำละครนะ สิ่งนั้นน่ะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผมเลยล่ะ ถึงแม้
มันจะฟังดูแปลก ๆ แต่มันโอเคตราบเท่าที่ผมยังคงสนุกตอนอยู่ในฉาก และผมว่าผมน่ะ
โชคดีที่ได้รับสิ่งเหล่านั้นมาตลอด"
คติพจน์เกี่ยวกับการแสดงของนิโนะมิยะคืออะไร?
"อืม ผมคิดกับตัวเองนะ "มาทำอะไรที่แตกต่างกันเถอะ"
อะไรที่แตกต่างเหรอ?
"มีหลายครั้ง ผมน่ะจะมีความรู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ มาก ซึ่งผมน่ะคิดและแสดงออกในสิ่งที่ตรง
ข้ามกับสิ่งที่ผมต้องทำ ง่าย ๆ อย่างเช่น ฉากนี้จะต้องร้องไห้ แต่ผมก็จินตนาการว่าต้องหัวเราะ
ไว้ ผมน่ะไม่ใช่นักแสดงที่ผ่านการเรียนมา หรือผ่านการสร้างสรรค์ทักษะอย่างถูกต้อง ดังนั้น
พอผมเห็นนักแสดงคนอื่นที่ผมทำงานด้วย พยายามจะตอบสนองสิ่งที่ผู้กำกับบอกให้ทำ ผมก็
เลยพบว่านั่นน่ะมันเจ๋งจริง ๆ ผมน่ะประทับใจที่เขาสามารถดึงสิ่งเหล่านั้นออกมาได้ แต่ในอีก
ด้านหนึ่ง ผมก็ยังสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกผมให้ไปแสดงด้วย ประเด็นคืออะไร มันอาจจะง่าย
ขึ้นนิดหน่อยที่จะแสดงเพราะผมไม่มีความรู้สึกว่าอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่"
ครับ คุณอยู่กับอาราชิมา 10 ปีแล้วใช่ไหม?
"ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนพูดนะ แต่มีคำพูดที่ว่า "ชีวิตน่ะสั้นเกินไปที่จะมองย้อนกลับไป" ดังนั้น
ผมก็ทิ้งหัวข้อแบบนี้ไว้เบื้องหลัง เก็บไว้เป็นความทรงจำ...ผมน่ะไม่เคยเก็บรูปอะไรไว้เลย รูปที่ถ่าย
พวกเรา 5 คนในชุดเสื้อผ้าดี ๆ ในแม๊กกาซีนทั้งหลาย เหมือนกับเป็นรูปถ่ายที่ระลึกสำหรับผมเลย
สิ่งนั้นแหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเรา 5 คนถึงสร้างความทรงจำดี ๆ ทุก ๆ เดือน ผมรู้สึกขอบคุณ
สำหรับเรื่องการครบรอบ 10 ปี แต่ผมน่ะมีผลกระทบกับเลข 4 หรือ 8 มากกว่า 10 นะ
เอ๊ะ 4 กับ 8 เหรอ?
"เราน่ะเดบิวท์ตอนช่วงวอลเล่ย์บอลเวิล์ดคัพใช่ไหมล่ะ? นี่แหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนที่ Hey Sey
Jump เดบิวท์ ผมถึงคิดว่า "นี่ปีที่ 8 ของเราแล้วเหรอเนี่ย?" แล้ว "V6 ก็ปีที่ 12 แล้วสินะ" แม้แต่
ลีดเดอร์ยังพูดอะไรแบบว่า "ทุกคนน่ะตื่นเต้นกับปีที่ 10 ของเรา ทำให้ชั้นรู้สึกขอโทษปีที่ 9 ของเรา
เลยนะเนี่ย" อาราชิน่ะมีความเป็นไปได้ที่จะฉลอง 10 ปีกว่าไม่ฉลอง ซึ่งจะได้เห็นการรวมตัวกันของ
ผู้คนที่มีความสุขด้วยกันด้วย ดังนั้นสุดท้าย ถ้าเราถูกบอกว่า "ยินดีด้วยนะ!" เราก็คงจะมีความสุขและ
ตื่นเต้นกับมันมากอยู่ดี"
คุณมีความรู้สึกยังไงกับอายุที่มากขึ้น?
"ผมยังสนุกกับชีวิตอยู่นะ มีอะไรหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้ในตอนนี้ ผมเชื่อในคำทำนายของนอสตราดามุส
ผมน่ะคิดจริง ๆ จัง ๆ ว่าตัวเองจะตายตอนอายุ 16 ตอนที่ก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่ แต่ถึงกระนั้นตอนนี้ก็
ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ บ่งบอกว่าผมจะตาย คำทำนายยังคงเป็นสิ่งดีสำหรับผม เพราะผมคิดผมใช้เงินเก็บ
ทั้งหมดของผมซื้อเกมทุกเกมที่ผมชอบด้วย"
ถึงแม้โดยปกติแล้วคุณจะเป็นคนที่ยึดมั่นในความจริง
"ผมน่ะเป็นคนที่จิตใจอ่อนแอ ผมน่ะไม่สามารถยืนยันสิ่งเราพูดกันก่อนหน้านี้ได้ ปีนั้นน่ะเป็นปี 2000 ที่
มีปัญหาด้วย ผมน่ะกลัวจริง ๆ เรื่องที่เครื่องยนต์หรือสิ่งที่ใช้ไฟฟ้าจะหยุดทำงานลงจริง ๆ
แต่แม้แต่ตอนเซคชั่นพิเศษเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คุณคุยถึงเรื่องทัศนคติที่ยอดเยี่ยมที่คุณมีต่ออาราชิในฐานะไอดอล
ในอนาคตด้วย
"อ้า, เรื่องที่ "ผู้ชายธรรมดา 5 คนสามารถมาได้ไกลแค่ไหน" ใช่ไหม เรื่องนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรนะ "หนุ่ม"
หรือ "แก่" หรือ "สนุก" หรือ "ลำบาก" เราพูดไม่ได้จริง ๆ ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านั้น ผมคิดว่านี่แหล่ะเป็นความ
หมายที่อยู่ในใจ ทั้งหมดของอาราชิคุณสามารถเห็นทั้งหมดได้ 10 ปีของเราได้"
และเราก็ต้องขอโทษปีที่ 9 ด้วยคนนะโอจังที่ตื่นเต้นกับปีที่ 10 มากไปหน่อย..และขอบคุณสำหรับคำแปลนะฮับ....

อาจแล้ว
อืม...
โอจังก็ยังเป็นโอจังผู้สามารถโยงทุกเรื่องเข้าสู่การตกปลา
และนิโนะก็ยังเป็นิโนะผู้ตอบคำถามได้... อืม ละไว้ในฐานที่เข้าใจ
#1 By another-me on 2009-04-27 22:53