[Trans] Switch 04/2009 Part I
posted on 22 Apr 2009 23:49 by genkichan
credits original translation : ames909san@LJ / nukumisan@vox
Ling Page original translated :
http://say-it-again.livejournal.com/67368.html
http://say-it-again.livejournal.com/67946.html
http://nukumi.vox.com/library/post/switcher-roo.html
การสัมภาษณ์อาราชิครบรอบ 10 ปี
โอโนะ ซาโตชิ, ซากุไร โช, ไอบะ มาซากิ, นิโนะมิยะ คาซึนาริ และมัตสึโมโต้ จุน เดบิวท์ใน
ฐานะอาราชิเมื่อวันที่ 15 กันยายน 1999 และปีนี้ ก็เป็นปีที่อาราชิครบรอบ 10 ปี นี่เป็นการ
สัมภาษณ์ที่รวบรวมทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน
วันที่ 1 ไอบะ มาซากิ - ณ สตูดิโอที่ใช้เพื่อซ้อมเต้น
วันนี้ไอบะทักทายเราด้วยรอยยิ้มเช่นเคย แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่น่ารักตามธรรมชาติของเขา
บางทีคงเป็นความเครียดสะสมจากการซ้อมที่เหลืออีกเพียง 4 วันเท่านั้น จะเป็นวันแสดง
วันแรกของละครเวทีเรื่องแรกในรอบ 2 ปีของเขา Greenfinger , แต่เรายังรู้สึกถึง
ความไม่ตื่นตกใจจากท่าทางของเขาได้
"พวกเราจะเริ่มแสดงที่โรงละครวันพรุ่งนี้ ก่อนจะเริ่มแสดงเป็นช่วงเวลาที่เครียดที่สุด เรา
ก็เลยต้องฝึกออกเสียงทุกแบบตามที่บทมี"
ละครเวทีเรื่องล่าสุดของคุณ ก็ผ่านไปมาได้แล้วชั่วขณะหนึ่ง , "เรื่องการแสดงของไอบะจัง"
แทบจะไม่ค่อยมีถ้าเทียบกับเมมเบอร์ทั้ง 4 ใช่ไหม?
"ใช่แล้วครับ แต่ผมก็ชอบละครเวทีนะ และผมก็ชอบการแสดงแบบอื่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้นผมชอบ
การซ้อมด้วย ช่วงระยะเวลา 1 เดือน ผมมาที่ห้องซ้อมเมื่อไรก็ตามที่ผมมีเวลา มันไม่ใช่การ
ซ้อมจริง ๆ หรอก แต่ผมก็ชอบความตึงเครียดทั้งทางด้านจิตใจแล้วก็ร่างกาย จากการที่เราจะ
ถูกดุ หรือถูกชมเชย"
คุณรู้สึกอย่างไรกับบทบาทนักโทษที่ได้รับในครั้งนี้?
"คำถามนี้ตอบยากนะ ถ้าคิดถึงความเป็นจริงน่ะ ผมหมายถึงว่าเรากำลังพูดถึงนักโทษคนหนึ่งที่
ฆ่าน้องชายตัวเอง ตัวผมเองก็มีน้องชาย แต่ผมไม่เคยแม้แต่จินตนาการว่าทำสิ่งเหล่านั้น มันรู้
สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่ผมจินตนาการไว้น่ะจะสะสมเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ ตอนที่ผมซ้อม"
อะไรคือแรงบันดาลใจในการแสดงของคุณ?
"ทุกสิ่งที่ผมทำ ไม่ว่าจะการร้องเพลง รายการวาไรตี้ และละครเวที ทั้งหมดนี้ต่างกัน แต่มีเป้าหมาย
ที่เหมือนกัน นั่นก็คือ การเข้าถึงผู้ที่ได้เข้ามาชม ถ้าผมสามารถสนับสนุนและให้กำลังใจแก่พวกเขาได้
นั่นก็นับว่าบรรลุเป้าหมายอันดับหนึ่งของผมแล้ว ไม่มีความกดดันอะไรในการเล่นละครเวที มีส่วนที่
ลำบากอยู่บ้าง แต่ความสนุกสนานของผมก็บดบังสิ่งเหล่านั้นได้ ถึงแม้ว่าผมจะเหนื่อยหลังจากเล่น
ละครเวที แต่ก็จะมีความท้าทายใหม่ ๆ เข้ามาเสมอเช่นกัน แม้แต่ในคอนเสิรต์มีความผิดพลาดเล็กน้อย
เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการที่เราทำผิดพลาดนั้น หมายถึงเราแย่ และยิ่งไปกว่านั้น มัน
ยังเป็นจุดที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ"
ผมเห็นด้วย คุณมีความรู้สึกยังไงกับคำว่า "ครบรอบ 10 ปี"?
"ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมาก และการขอบคุณนั้นที่เราต้องการจะให้มันแก่คนที่คอยสนับสนุนเรามา
ตลอด โดยเฉพาะคนที่ติดตามเรามาตั้งแต่ปี 1999 จริง ๆ แล้วมันทำให้ผมรู้สึกลำบากอยู่บ้าง
มันเป็นปีที่ต้องให้ความรู้สึกพิเศษ แต่สำหรับผมมันกลับดูเหมือนเร็วเกินไป ผมอาจจะมีความรู้สึก
ว่ามันพิเศษ ก็ตอนที่ผมอายุ 40 ล่ะมั้ง แต่ไม่ใช่สำหรับผมตอนนี้ ผมแน่ใจว่าผมมีส่วนที่เปลี่ยนไป
เล็กน้อย เมมเบอร์ทั้งสี่ก็เหมือนกัน แต่เราทั้งหมดไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งหมด"
พวกคุณเปลี่ยนไปเหรอ?
"เราไม่ได้เปลี่ยนไป เรายังคงสนิทกันมากเหมือนเดิม อย่างเช่น ถ้าพูดถึงโชคุง เราไปช๊อปปิ๊งด้วย
กัน ก็ยังถามกันว่า "ตัวนี้เหมาะกับชั้นไหม?"หรือไม่ก็ "ตัวนี้ดูดีนะ" ผมคิดว่ามันไม่เหมือนว่า
เราไปเดทกันหรืออะไรแบบนั้น หรือแม้แต่ตอนที่ก่อนที่จะถ่ายพีวี Believe เรายังมาคุยกันและ
ฝึกให้ออกเสียงพร้อมกันด้วย"
แล้วส่วนไหนของคุณที่เปลี่ยนไปบ้าง?
"ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ผมสามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ ตอนที่ผมอยู่ที่บ้าน ผมให้พ่อแม่ทำกับ
ข้าว และซักผ้าให้ พ่อแม่ผมทำงานทั้งคู่ ดังนั้นพวกเขาก็เลยต้องทำอะไรผมกินหลังจากกลับมา
ทำงานแล้ว บางครั้งผมก็บ่นสิ่งที่เขาทำให้ผมกิน หรือบางทีผมก็ไม่กินเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ชอบ
แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ ผมคงไม่ทำแบบนั้นแล้ว"
แล้วมีอะไรที่คุณอย่างอื่นที่เกี่ยวกับตัวเอง ที่ต้องระวังบ้างไหม?
"คงไม่มีนะ ยกเว้นเรื่องสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิต ผมน่ะไม่ค่อยสนใจเรื่องอย่างต้องเก็บเงินไว้อะไร
แบบนี้ ผมรู้ว่ามันสำคัญ แต่ถ้าผมคิดแบบนั้น ผมอาจจะไม่สนุกกับการใช้ชีวิต"
ล่าสุด คุณทำอะไรในเวลาว่างบ้าง?
"ไปข้างนอก เล่นกอล์ฟบ้าง เบสบอลบ้าง หรือไม่ก็ไปเที่ยว ปีที่แล้วผมมีเวลาว่าง ผมกับเพื่อนก็
เลยวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในญี่ปุ่นด้วยกัน แต่ผมน่ะเป็นคนที่มักให้คนอื่นจัดการ
ให้หมด ครั้งนี้อยากจะทำบ้าง ก็เลยอาสารับผิดชอบจัดการทุกอย่างให้ในครั้งนี้ ผมโทรไปที่
สนามบินฮาเนะดะเพื่อหาตั๋วเครื่องบิน และโทรไปจองที่พักด้วย ราคาที่จองไปนั้นเป็นราคาที่
กำหนดไว้แบบนี้ และมันกลับกลายเป็นว่าราคานี้เป็นราคาที่สูงมาก เพื่อนของผมโมโหผมมาก
และบอกว่า "เราต้องจ่ายแพงขนาดนั้นเลยเหรอ?!" อืม มันก็จริงนะ"
และแล้ว ก็เสร็จสิ้นสำหรับการเปิดเผยตัวตนของ "ไอบะจัง" โดยสมบูรณ์
"นั่นแหล่ะคือผมล่ะ ผมยังไม่รู้อะไรอีกหลายอย่าง แต่ผมก็ยังสนุกกับมัน ทั้งเดี๋ยวนี้และเมื่อก่อน
ด้วย"
วันที่ 2 มัตสึโมโต้ จุน - ณ สตูดิโอตัดต่อวีดีโอ
มัตสึโมโต้กำลังกินอาหารเย็นในสตูดิโอ ระหว่างพักงานอื่น เขาก็นั่งเช็คดีวีดี AAA 2008 อิน
โตเกียว ปีที่แล้ว เขามีหนัง 2 เรื่องและละครทีวี 1 เรื่อง และฤดูใบไม้ผลินี้ก็มีละครเรื่องใหม่
Smile ด้วย เขาขอโทษเราที่ต้องให้มาสัมภาษณ์เวลาที่เขากินข้าวไปด้วย แต่แล้วพวกเราทั้งคู่
ก็ลงเอยกันด้วยรอยยิ้ม และเราก็เริ่มกดปุ่มอัดเสียงสัมภาษณ์
"ปีที่แล้ว ผมมีหนังสองเรื่อง ทั้ง Hanadan แล้วก็ KakushiTori แล้วตามด้วยละครอีกเรื่อง
จากนั้นก็มีคอนที่โคคุริทซึตอนเดือนกันยา ผมคิดอะไร 4 ถึง 5 อย่างในเวลาเดียวกัน พอผมมีเวลาว่าง
ผมก็แค่นั่งเหม่ออยู่ในห้อง ไม่ได้ออกไปพบใครเลย จนกระทั่งปีใหม่มาถึง ผมก็ไปเที่ยวเพื่อนที่อริโซน่า
ผมว่า 3 ปีแล้วล่ะมั้งที่ผมไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนแบบนี้"
คุณผ่านสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มาได้อย่างไร?
"ก็แค่ไม่เลิกทำหรือวิ่งหนีมัน ผมแค่เตรียมตัวให้พร้อมที่จะสู้ และพยายามให้ดีที่สุดเพื่อที่จะเดินหน้า
ต่อไป"
หลังจากคอนที่โคคุริทซึ ก็มาถึงเอเซียทัวร์
"พูดกันจริง ๆ เลยนะครับ เนื่องด้วยเพราะว่ามันเป็นคอนที่เกิดขึ้นหลังจากคอนโดมแล้วก็คอนโคคุริทซึ
แล้วต้องกลับมาทำงานในสถานที่ขนาดอารีน่าใหม่อีกครั้ง เลยรู้สึกกังวลเล็กน้อย เหมือนกับมันเสียตำแหน่ง
ตรงนั้นไปน่ะครับ เราได้แค่คิดว่า "เอ๊ะ เมื่อก่อนเราทำยังไงกันบ้างนะ?" คอนที่เซี่ยงไฮ้ก็ยากมาก ๆ ครับ
มีข้อจำกัดมากมาย ว่าเราทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่พวกเราก็ดิ้นรนพยายามทำมาจนจบ พูดถึงเรื่องนี้
แล้ว ผมก็นึกถึงคอนของ the rolling stone, "Shine A Light" ผมประทับใจมาก ๆ หลังจากที่ได้ดู
ฉากตอนเริ่มต้นที่ Mick Jagger เริ่มคิดเกี่ยวกับลำดับเพลงที่จะร้อง
เพราะคุณรู้สึกเหมือนเป็นพวกเดียวกับเขาใช่ไหม แบบ "โอ๊ะ เขาก็ทำแบบนี้ด้วย" อะไรแบบนี้น่ะ?
"ครับ แต่ของผมน่ะไม่แต่งเพลงเหมือนเขานะครับ"
คิดย้อนกลับไปแล้ว ตอนที่เราพบกับอาราชิเมื่อ 3 ปีก่อน เราไม่รู้เลยว่าเมมเบอร์น่ะเกี่ยวข้องกับการระดม
ความคิดในการจัดคอน โดยที่มัตสึโมโต้เป็นศูนย์กลาง
"อืม มันเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรหรอกครับ อย่างที่คิดไว้ ทัวร์ก่อนหน้านี้ก็จะต่อเนื่องเชื่อมกันกับ
ทัวร์ครั้งหน้า ถ้าเราขาดพวกเขาไปสักคน ผมคิดว่าเราคงไม่สามารถสร้างเวทีอย่างเดี๋ยวนี้ได้ แต่ล่าสุด
ผมคิดว่าบางที มันคงจะดีถ้าเราเปลี่ยนวิธีการคิดที่เราทำบางอย่างในครั้งอื่น ๆ บ้าง"
คุณลองยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ๆ ได้ไหม?
"ก็อย่างเช่นให้แฟน ๆ แสดงความคิดเห็นของพวกเขา ให้คนอื่นนอกจากได้ร่วมบ้าง อย่างโรลลิ่งสโตน
หรือ Southern All Star ที่มีประวัติศาสตร์มา 30 หรือ 40 ปี มีความทรงจำต่าง ๆ ร่วมกันมากมาย
แต่พวกเรามีแค่ 10 ปีเท่านั้น เราจะสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยตัวเองเหรอ? ผมคิดอะไรแบบนั้นแหล่ะ
สำหรับกรณี ก็ใช้อย่างพวกการจัดอันดับใช่ไหม?
"ผมไม่คิดว่ามันดีนะ เพราะมันจะไม่ค่อยได้เห็นพัฒนาที่โตขึ้นหรือลักษณะพิเศษใด ๆ ถ้าคุณแค่มอง
เรื่องการจัดอันดับเท่านั้น"
เข้าใจครับ แล้วถ้าพูดถึงเรื่องพัฒนาการที่เติบโตขึ้น 10 ปีอาราชิเป็นยังไง?
"ต้องขอบคุณแฟน ๆ ของเรา ที่ทำให้เรามีประสบการณ์ในการทำอะไรหลายอย่าง จากเวลาที่เวลาที่
ผมเข้าจอห์นนี่มาตั้งแต่อายุ 13 ปีจนถึงตอนนี้อายุ 26 เกือบครึ่งชีวิตของผม มักจะอยู่แต่กับงาน แต่
ผมกลับไม่มีความรู้สึกว่า "ผ่านไปแค่พริบตา" เลยแม้แต่นิดเดียว"
มีเหตุการณ์ที่ จากเด็กชายที่เฝ้าดูไอดอลบนทีวี กลายมาเป็นไอดอลซะเองด้วย
"ครับ ผมมีความสุขที่ได้รับความสนใจในฐานะไอดอลคนหนึ่ง มีการสัมภาษณ์อันหนึ่งที่ผมเคยให้
สัมภาษณ์ไป ผมพูดอะไรอย่าง "ผมดีใจที่มีแฟน ๆ คอยติดตามเรามานาน ถ้าอาราชิสามารถทำให้
ชีวิตคน ๆ หนึ่งมีความสุขแค่ชั่วขณะนึง" ในการสัมภาษณ์ครั้งนั้น ผมได้รับคำติเตียนว่าไม่ควร
พูดอะไรในแง่ลบแบบนั้น มีบางวันที่ผมรู้สึกหงุดหงิด ก็มันยากที่จะสามารถทำ (ให้สัมภาษณ์
ในแง่ดีตลอด) แบบนั้นได้ตลอดด้วย"
แต่ก็สามารถพูดได้ว่า เพราะมีความคาดหวังสูง เพราะฉะนั้นผลที่ตามก็ต้องสูงด้วยสินะ
"ครับ ผมคิดว่ามันเป็นอาชีพที่ประเมินค่าไม่ได้ มีปาฏิหารย์มากมายที่เป็นไปได้ เพราะคนเราน่ะ
สามารถมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนที่เฝ้าดูพวกเขาได้ และคุณก็จะเข้าใจแล้วก็พยายามจะตอบ
แทนสิ่งเหล่านั้นในวิธีการเดียวกัน หรือแตกต่างออกไป แต่เพื่อที่จะตอบแทนความคาดหวังเหล่า
นั้น ผมก็อยากจะอยู่โดยมีสติคิดถึงความจริงที่ว่า ตัวผมเองเป็นแค่มนุษย์ที่อยู่ได้ด้วยเลือดที่ไหล
เวียนไปรอบตัว แม้ว่าคนรอบตัวมักจะบอกผมว่า ผมน่ะพิเศษ แต่ผมไม่อยากยอมรับเรื่องนั้นเลย"
นี่เป็นกฏของมัตสึโมโต้หรือเปล่า?
"ครับ ถ้าคุณยกโทษให้ผม ผมก็มีความสุขแล้ว"
คุณมีความเห็นยังไงต่ออนาคตของอาราชิและตัวคุณเอง?
"สำหรับผม โดยส่วนตัว คนอื่นจะเห็นผมเป็นยังไงในอีก 5 ปีต่อจากนี้ หรือก็มีอะไรที่น่าสนใจ
ที่ผมจะได้ไปทำบ้างหรือเปล่า? ผมคิดว่าความเชื่อใจทั้งหมดก็คงขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเข้านับแต่นี้
ไปล่ะนะ สำหรับอาราชิ...ผมชอบที่เราแตกต่างกันแบบนี้ พวกเรา 5 คนจะหว่านเมล็ดที่แตกต่าง
กัน แล้วก็จะมีต้นอ่อนที่แปลกใหม่แตกหน่อเสมอ นอกจากนี้ มันคงจะดีถ้าเรามีที่ที่เราสามารถ
กลับไปทำในสิ่งที่เราสนใจมากที่สุดตอนนั้นได้ด้วย ผมคิดแบบนั้นล่ะนะ"
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชอบความคิดของน้องจุนและไอบะจังคะ สำหรับไอบะจังเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ ไอบะจังดู
เป็นคนที่แฟน ๆ น่าจะเข้าถึงได้มากที่สุด ดูธรรมดา ไม่ได้หมายถึงไอบะจังไม่มีออร่านะคะ แต่
ไอบะจังเป็นคนที่สัมภาษณ์แล้ว เราเข้าถึงตัวเขาได้มากที่สุด ส่วนน้องจุน แปลบทสัมภาษณ์จุน
เวลาจริงจังเมื่อไร เป็นต้องใช้เวลามากทุกครั้ง เพราะน้องจุนพูดอะไรค่อนข้างลึกซึ้ง ช่างเปรียบ
เข้าใจยาก เหมือนที่โองุซังบอกเลยว่า อายุน้อยที่สุด แต่มีความเป็นผู้ใหญ่เกินอายุมาก ๆ
สุดท้าย ถึงแม้ว่าจะใช้เวลามากในการแปลแค่ 2 คน (ไอบะจังกับจุน) ก็คิดว่ายังมีข้อผิดพลาด
อยู่มาก ตรงไหนที่ผิดพลาด ต้องขออภัยนะคะ หากใครรู้ในส่วนที่ถูกต้อง รบกวนบอกหน่อยนะคะ
มีลิงค์ของต้นฉบับดั้งเดิมอยู่ด้านบนด้วยคะ
เหลืออีก 3 คน สู้ ๆๆ (กะใคร??)

#1 By Satoshi on 2009-04-23 01:49