[Trans] ทำไมผมถึงเป็นแฟนอาราชิ 2
posted on 01 Mar 2009 14:09 by genkichan
credits original translation : aatashsan@LJ
สรุปตอนที่ 2 คะ
- คนอื่นชอบถามเขาบ่อย ๆ ว่าทำไมผู้ชายวัยห้าสิบกว่าอย่างเขาถึงได้มาชอบวง
ผู้ชายที่อายุคราวลูกแบบนี้ ดังนั้นทาเคอุจิจึงตัดสินใจที่จะเล่าถึงวัยเด็กและความ
หลงใหลในอดีตของเขาให้ฟัง
- เขาเกิดในปี 1955 ที่จังหวัด Wakayama
- ตอนเด็ก เขามักหลงใหลใน "อะไรบางอย่าง" อยู่เสมอ ครั้งแรกเขาตกหลุมรัก
การ์ตูนและหนังที่มีสัตว์ประหลาดอย่าง ก๊อตซิล่า เขาชอบวาดรูป และบ่อยครั้ง
ที่เขามองออกไปนอกหน้าต่าง และเพ้อฝันถึงสิ่งเหล่านั้น
- เขามุ่งไปสิ่งๆ หนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ความสามารถทางด้าน "จินตนาการ" และ
"ความเพ้อฝัน" เพื่อจะได้รับไอดอลเหล่านั้น
- ในปี 1960 เป็นครั้งแรกที่เขาหลงอะไรจริง ๆ จัง ๆ นั่นก็คือรายการฮีโร่ คนซึ่ง
มีพลังพิเศษที่คุ้มครองโลก ซึ่งตอนนั้นก็มี "The Mask with Seven Colours",
"National Kid" และ "Ultraman Q" รายการโชว์เหล่านั้นมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน
คือ พวกเขามีความหวังและความฝันเหลือล้น ครั้งนี้ เขาแทบจะไม่ได้สนใจนัก
แสดงหญิง หรือไอดอลที่เล่นเป็นคาแร๊คเตอร์เหล่านั้นเลย แต่เขาสนใจในตัว
ฮีโร่เหล่านั้นมากกว่า (เหมือนชอบในตัวละคร)
- ในปี 1970 ความหลงใหลของเขาเริ่มต้นอีกครั้ง ตอนนั้นเขาอยู่ไฮสคูลแล้ว
ร่างกายและจิตใจของเขาโตขึ้นเหมือนผู้ใหญ่คนนึง ดังนั้นเขาก็จึงเริ่มตกหลุมรัก
ไอดอลผู้หญิง ตอนนั้นเขาแทบไม่สนใจไอดอลผู้ชายเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้น
ตอนนั้นเขาก็ไม่สนใจอะไรพวกเขาอยู่แล้ว เขาน่ะหลงไอดอล Female B มาก
อย่าง คุราตะ มาริโกะ และ อาซาดะ มิโยโกะ ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยมีชื่อเสียงมาก
เขาชอบ B-idol groups ซึ่งตอนนั้นคนก็ไม่ค่อยนิยมเท่าไร
- จอห์นนี่ จิมุโชเริ่มครั้งในปี 1962 ตอนที่เขาอยู่ป.1 โรงเรียนประถม จิมุโช
ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วตอนเขาอยู่ประมาณ ป.2-ป.3 ผู้หญิงทุกคนในละแวก
บ้านเขาต่างไม่มีใครหยุดพูดถึงวงผู้ชายที่เกิดขึ้นได้เลย แต่ในช่วงเวลานั้น เพลง
ที่ยังนิยมกันอยู่ก็ยังคงเป็นเพลงแบบเองกะ หรือไม่ก็เพลงพื้นบ้านแบบเก่า ๆ ดังนั้น
กลุ่มนั้นจึงสลายตัวไปในปี 1967
- ในช่วงครึ่งหลังของยุคปี 1960 เพลงป๊อปและร๊อคเริ่มมีชื่อเสียงขึ้น โดยเฉพาะที่
เป็นวงผู้ชาย ซึ่งถูกเรียกว่า GS (Group Sound) boom เริ่มแรกก็มีแค่ดนตรี
แต่ต่อมา ก็มีนักร้องด้วย และได้รับอิทธิพลจาก the Beatles และ Rolling Stones
- ในปี 1967 กลุ่มที่ถูกเรียกว่า "Four Leaves" เดบิวท์จากจอห์นนี่ จิมุโช พวกเขาก็
เป็นวงแบบ GS (Group Sound) boom ด้วย แต่ถึงกระนั้นการแสดงของพวกเขาก็
ยังคงใกล้กันมากกับกลุ่มไอดอล ทาเคอุจิรู้สึกว่าจอห์นนี่ทำถูกแล้วที่ยังเก็บส่วนนี้ไว้ เพราะ
the GS boom ฮิตอยู่ได้แค่ 3 ปีเท่านั้น วงที่ออกมาในรูปแบบ GS Boom ก็ถูกกลืน
หายไป แต่จิมุโชไม่ได้ถูกกลืนไปด้วย ปกติแล้ว จอห์นนี่จิมุโช = ไอดอล นี่เป็นทัศนคติ
ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
- the GS boom เกิดขึ้นตอนที่ทาเคอุจิอยู่ประมาณ ม.ต้น เขายอมรับว่าตัวเองก็ชอบ
มันบ้างอยู่เล็กน้อย เขาชอบผมที่ยาวของพวกเขา ก็ตัดสินใจเลียนแบบทรงผมของพวก
เขา โดยปล่อยให้มันยาว แต่ด้วยความขอบคุณ เมื่อ the GS boom หมดยุค เขาก็หมด
ความสนใจกับมันไปด้วย และไว้ผมในความยาวที่พอสมควร ถึงแม้ความดังของอะไร
ก็ตามจะให้ความหลงใหลกับเขา แต่เขาก็ยังคงชอบนักร้องเองกะ Mori Shinichi อยู่
- ในปี 1970 มีช่วงหนึ่งที่ดนตรีแนวพื้นบ้านได้รับความนิยม เพื่อนของทาเคอุจิคนหนึ่ง T คุง
ซึ่งออกจากโรงเรียนไปเป็นนักดนตรีแนวพื้นบ้าน เขาไม่เคยได้ยินข่าวคราวของ T คุงอีก
เลย แต่ตอนที่เขาได้ดูไอบะในเรื่อง คิโร่ย นามิดะ ทำให้เขาคิดถึงเพื่อนของเขา T คุง ว่า
T คุงคงมีชีวิตเหมือนกับคาแร๊คเตอร์ในเรื่องของไอบะ
- จากช่วงกลางถึงปลายปี 1970 ทาเคอุจิเริ่มชอบนักแสดงหญิงคนหนึ่งชื่อ Isige Kyoko ซึ่ง
ออกรายการเด็กที่ชื่อว่า "Let's Play with Mama! Pin Pon Pan" เขาชอบต้นขาของเธอ
มาก ผู้หญิงที่สวมกระโปรงสั้นแบบคับในรายการ ดังนั้นเขาจึงหลงใหลในร่างกายที่ดูสุขภาพ
และต้นขาของเธอ เขาผิดหวังสุด ๆ เมื่อรู้ว่าเธอออกจากรายการเพื่อไปแต่งงาน
- ยังไงก็ตาม ก็มีผู้หญิงคนใหม่ที่เข้ามาแทนที่ เธอชื่อว่า Sakai Yukie เป็นคนที่เริ่มเต้นและ
ร้องในกลุ่มวงดนตรีผู้ชายที่ชื่อว่า "Big Mammoth" ทาเคอุจิคิดว่าพวกเขาน่าสนใจแต่ตอนนั้น
เขาสนใจเพศตรงข้ามมากกว่า แต่เขายังคงเชื่อว่า Big Mammoth น่ะเป็นเมล็ดพันธุ์บ่มเพาะ
ความรักต่อไอดอลผู้ชายของเขาให้เจริญเติบโต
- ช่วงปี 1972 ไอดอลผู้ชายกลายเป็นเรื่องที่เขาไม่ค่อยสนใจ และอีกครั้ง ทาเคอุจิสนใจไอดอล
ผู้หญิงมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่แสดงเหมือนสาวบริสุทธิ์ ร้องเพลง และแต่งตัว
ด้วยเสื้อผ้าน่ารัก ๆ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เขาชอบ "นักร้องหญิงที่บริสุทธิ์ น่ารัก" พวกเธอ
ไม่เป็นผู้ใหญ่เกินไป และไม่เด็กเกินไป ความจริงแล้ว เขาชอบ คุราตะ มาริโกะมาก ๆ ขนาดที่
ว่าติดต่อเอเจนซี่ของเขาเพื่อจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับเธอ ผู้จัดการของเธอพูดว่า จริง ๆ แล้ว
คุราตะ มาริโกะก็ไม่ได้ดังอะไรมากพอที่จะทำให้หนังสือของเขาขายได้ และการเขียนเรื่อง
เกี่ยวกับเธออาจทำให้เขาขาดทุนมหาศาลก็ได้ ทาเคอุจิรู้สึกเศร้าที่ได้ยินแบบนั้น- เขาไม่สนใจ
เรื่องขาดทุนอะไรหรอก เขาแค่ต้องการจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับเธอเท่านั้น!
- ปี 1980 ทาเคอุจิตัดสินใจเขียนหนังสือเกี่ยวกับไอดอลที่เขาชอบ
- ปี 1981 เป็นครั้งแรกที่ทาเคอุจิได้พบกับเด็กของจอห์นนี่ต่อหน้าต่อตา เขาทำงานในกับ
บริษัทที่จัดการดูแลเรื่องอีเวนท์ในพื้นที่นั้น และอยู่วันหนึ่ง เจ้านายเขา K ซัง ถามเขาว่าชอบ
ไอดอลหรือเปล่า
ทาเคอุจิ : ครับ ผมชอบไอดอล
K ซัง : ดี งั้นไปที่ Hachio นะ
ทาเคอุจิ : ให้ผมไปทำอะไรที่ Hachio ครับ?
K ซัง : ก็จอห์นนี่ไง คุณไม่มีความสุขเหรอ คุณจะได้พบกับเด็กคนใหม่ของจอห์นนี่นะ!"
ทาเคอุจิ : จะ..จอห์นนี่เหรอ?
สรุปแล้ว ฮิคารุ อิปเปเพิ่งเดบิวท์ และจะไปจัดมินิคอนที่ด้านหน้าของห้างสรรพสินค้าใกล้กับ
สถานที่ Hachio ทาเคอุจิถูกให้ทำหน้าที่คอยดูแลเขา และบอกเรื่องต่าง ๆ กับเขา - พูดง่าย ๆ
เป็นเด็กที่เขาใช้ไปทำธุระต่าง ๆ แทนนั่นแหละ ตอนนั้นฮิคารุอายุ 17 ปี ส่วนทาเคอุจิอายุ 25
- ทาเคอุจิมองฮิคารุด้วยความชื่นชม เด็กผู้ชายท่าทางดี เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฮิคารุขอบคุณ
ทาเคอุจิสำหรับความช่วยเหลือทุก ๆ อย่าง และสำหรับขนมปังช๊อกโกแลตที่ทาเคอุจิเอามาให้
เขาตอนแรกด้วย ผู้จัดการของฮิคารุก็เป็นจอห์นนี่ จูเนียร์เหมือนกัน ดังนั้นก็เลยมีแฟน ๆ วิ่งตาม
และโบกมือให้เขาด้วย เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าจริง ๆ นั่นเป็นสิ่งที่ทาเคอุจิคิด
- และหลังจากนั้น ก็มาสู่ยุคของไอดอล มีไอดอลเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงวงใหม่ของจอห์นนี่ด้วย
หรือแม้แต่คนที่ไม่สมควรเป็นไอดอล (ในความคิดของทาเคอุจิ) ก็ยังเดบิวท์ด้วย และยุคนั้นก็
เป็นยุคที่เขาเดบิวท์เป็นนักเขียนด้วย หนังสือของเขามีชื่อว่า Research on Daiei TV ซึ่งเกี่ยว
กับรายการ "Tale of the Stewardess" และเขาก็ได้รับโอกาศอันยิ่งใหญ่ให้เขียน
"Research on pure, cute female singers". ด้วย
- ในปี 1985 ไอดอลหญิงกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า "Onyako club" เดบิวท์ ซึ่งเป็นช่วงยุคไอดอลกำลัง
ดัง ผ่านไปจนถึงปี 1990 จอห์นนี่ก็มีกลุ่มต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น โชเนนไต, จิบุกาคิไต,
โอโตะโคะกุมิ แต่ทาเคอุจิยังคงสนใจแต่ไอดอลหญิง
- ในปี 1990 โลกของไอดอลเริ่มย่ำแย่ ซีดีเริ่มขายไม่ดี รายการเพลงก็เรตติ้งตก ดังนั้นโลกของไอดอล
จึงพัฒนาต่างไปจากเดิม กลายเป็นไอดอลบนโลกแห่งการพิมพ์ พวกเขาเริ่มปรากฏตัวในแม๊กกาซีน
หรือไม่ก็รายการโขว์ เปลี่ยนแปลงความคิดที่ว่าไอดอลที่ร้องเพลง บริสุทธิ์ อ่อนหวาน ไปเป็นอะไร
ที่เซ็กซี่ขึ้น
- และแล้วก็มาถึง Moring Musume ไอดอลในยุคปฏิวัติ ((ตรงนี้ aatash ซังบอกว่าทาเคอุจิซังเล่าถึง
พวกเธอ 4-5 หน้า เขาก็เลยข้ามไป))
- พอถึงจุดหนึ่ง ที่ทาเคอุจิคิดว่าเขาไม่มีอะไรจะพูดถึงเกี่ยวกับไอดอลหญิงแล้ว เขาก็พูดถึงไอดอลชาย
สำหรับจอห์นนี่ เขาต้องขอบคุณสแม๊ป
- เขาไม่ค่อยสนใจฮิคารุ เก็นจิ ทั้งที่พวกเขาชนะเลิศได้รับรางวัลเพลงเดบิวท์ของพวกเขา Star Light
พอสแมปออกมา เขาก็ไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะแฟน ๆ ก็พูดกันว่า พวกเขาไม่มีทางจะไปเทียบกับ
ฮิคารุ เก็นจิได้เลย ซิงเกิ้ลเดบิวท์ครังแรกของเขาอยู่ในอันดับสองของออริคอน ชาร์ท ดังนั้นคนก็เลย
พูดกันว่าไม่ควรจะเป็นจอห์นนี่ตั้งแต่แรก?
- แต่พอสแมปได้เป็นแขกรับเชิญปกติในรายการ ๆ หนึ่งของทีวีโอซาก้า พวกเขาก็แสดงความเป็นตัวเอง
ออกมา ไม่ได้ทำท่าทางใด ๆ ที่งี่เง่าไร้สาระ ทาเคอุจิค้นพบว่าพวกเขาแตกต่างไอดอลกลุ่มรุ่นพี่เล็กน้อย
ซึ่งดูเหมือนผู้หญิงที่อายุมากจะชอบพวกเขาด้วย เขาประทับใจความสามารถของสแมปที่พูดคุยในรายการ
วาไรตี้โชว์ โดยเฉพาะรายการที่ฉายในโอซาก้า ที่มุ่งเน้นไปทางการพูดคุยกัน และสิ่งนั้นทำให้ทาเคอุจิ
เห็นช่องว่างของเด็กจอห์นนี่ที่มีอยู่
- ในปี 2000 ไอดอลที่ร้องเพลงอย่างเดียวเริ่มซบเซา ไอดอลที่อยู่ในสิ่งพิมพ์เริ่มดังยิ่งขึ้น ไอดอลที่ไม่ได้
ร้องเพลงเพื่อขายตัวเอง ทาเคอุจิไม่ได้พูดถึง นักร้องหญิงที่บริสุทธิ์ น่ารัก อีกต่อไป และสิ่งที่ทำให้เขาออก
มาจากตรงนั้นได้ก็คือ จอห์นนี่
- ในปี 2005 ทาเคอุจิมองดูเด็กผู้ชายที่เล่นโรลเลอร์สเก็ตบนเวทีโปร่ง (เวทีเลื่อน) ที่สูง 5 เมตรจากพื้นดิน
ในทีวี เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กพวกนั้น แต่เด็ก ๆ ในจอทีวีนั้นก็ยังคงร้องและเต้น ด้วยใบหน้า
ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาไม่รู้ว่าเขากำลังดูอะไรอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เขารู้แล้ว - ตอนนั้นเป็นการดูคอนเสิรต์
คาวน์เดาวน์ครั้งแรกของจอห์นนี่ของเขา
- ปี 2005 ฤดูใบไม้ผลิ - นักเขียนนิตยสารผู้หญิงคนหนึ่ง A ซัง ขอให้เขาไปดูฮานะ โยริ ดังโงะ เพราะมัตสึจุน
เป็นนักแสดงที่น่าอัศจรรย์มากคนหนึ่ง จากการที่อ่านการ์ตูน เขาก็เลยลองดูฉากหนึ่ง และพบว่าเขาชอบ
มันมาก และแล้วตอนนั้น เหมือนมีแสงจากหลอดไฟในหัวสว่างขึ้น ทาเคอุจิคิดว่า นั่น! รายการวาไรตี้ที่ชั้น
ดู ที่เป็นของเด็กผู้ชาย 5 คนที่ทำให้อะไรอันตราย แล้วเรื่องงี่เง่าในทีวีนี่น่า มัตสึจุนก็เป็น 1 ในสมาชิกด้วย
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เขารู้จักอาราชิ
- เขาเล่าว่าเขาดูรายการของอาราชิโดยที่ไม่รู้ว่าอาราชิคือใคร แต่เพราะมันสนุกและน่าสนใจ ต้มแล้วกิน
ใบไม้ กินเปลือกแอปเปิ้ล ถ่ายย้อนกลับหลัง ((ที่โอจังกับนิโนะทำน่ะคะ)) การนำสัตว์เลี้ยงที่เหมือนจระเข้
เข้ามาในร้าน ให้รู้ว่าเขาอนุญาตหรือเปล่า ((ตอนทำได้ กับทำไม่ได้ แน่เลย)) - รวมถึงเรื่องหยาบคายที่
นักเรียนคุยกันในคาเฟ่ ไม่มีการตัดออก จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ อาราชิก็ยังทดสอบเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง
- หลังจากนั้นต่อมา ทาเคอุจิก็ยังคงติดตามรายการของพวกเขา ซื้อซิงเกิ้ล Aozora Pedal ดู Letter
from Iwo Jima ที่โรงหนัง...และ 1 ในที่ทำให้ในที่สุดเขากลายเป็นแฟนเต็มตัวก็คือ DVD
"2004 Arashi! Iza Now Tour"
- เขาพูดถึงการแสดงที่คุณภาพสูง , การแสดงที่มีพรสวรรค์ของพวกเขา, ความน่ารักของพวกเขา, ความ
เท่ห์ของพวกเขา, และที่สุดของทั้งหมดคือ เขาตกหลุมรักทักษะการเต้นและการร้องของโอโนะคุง
- มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นักเขียนการ์ตูนนัดเจอกัน, เขาเผยความลับของตัวเองออกมาแบบไม่ตั้งใจว่าตัวเองเป็น
แฟนอาราชิโดยร้องเพลง happiness ที่คาราโอเกะ แต่ทันใดนั้น เมมเบอร์สต๊าฟผู้หญิงคนหนึ่งก็ยอม
รับว่าเธอเองก็เป็นแฟนอาราชิเหมือนกัน แล้วพวกเขาก็ร้องเพลงอาราชิด้วยกันในช่วงเวลาที่เหลือใน
คืนนั้น ที่คลับแห่งหนึ่ง มาม่าซังของคลับรู้ว่าเขาเป็นแฟนของอาราชิ เธอก็เลยให้เขาร้อง A.RA.SHI
และเพลงอื่น ๆ ของอาราชิให้ฟังด้วย ทาเคอุจิเดาว่าเธอก็คงเป็นแฟนตัวยงของอาราชิเหมือนกัน เขาก็
เลยเริ่มไปคลับนั้นบ่อยขึ้น
- เขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่เขาได้ประสบมาตั้งแต่ชั้นประถมนำเขามาสู่การเป็นแฟนอาราชิ ดังนั้นเขาจึงคิดว่า
หนทางที่ผ่านมาเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ
- จริง ๆ แล้วเขาได้ดูมิวสิคสเตชั่นตอนที่อาราชิเดบิวท์ด้วย! แต่เขาไม่รู้อาราชิในเวลานั้น! แต่เขาจำได้ว่า
ตอนนั้นมอร์นิ่ง มุสุเมะก็มาแสดงด้วย ดังนั้นเขาต้องอัดไว้แน่นอน เขาก็เลยไปหาเทปนั้นเพื่อที่จะดู
อาราชิเดบิวท์ตอนนั้น เขาอยากเป็นชุดโปร่งแสงนั้น แต่โชคร้าย เขาพบว่าเขาไม่ได้อัดส่วนของอาราชิ
ไว้ เพราะตอนนั้น เขาชอบแต่มอร์นิ่งเท่านั้น ชั้นเป็นบ้าอะไรเนี่ย เขาคิดแบบนั้น!
- และเดี๋ยวนี้, เขาเต็มใจที่จะใช้เวลาและพลังทั้งหมดที่มีทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออาราชิ นี่แหล่ะที่ทำให้
ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงไป
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
My comments : พาร์ทนี้ทาเคอุจิพูดถึงตัวเองซะมากคะ เหมือนเล่าว่าตัวเองเป็นคนแบบไหนอย่าง
ไร แล้วก็มาชอบอาราชิได้ยังไง น่ารักดีนะคะ พอได้อ่านแล้ว นึกถึงตัวเอง ว่ากว่าจะฝ่าฝันมาถึงตอนนี้
เป็นแฟนอาราชิแบบนี้ ผ่านยุคชอบไอ้โน่น ไอ้นี่มาเยอะเหมือนกัน ตั้งแต่การ์ตูนตาหวานทั้งหลาย
ต้องบอกว่าไซโต้ จิโฮเลยเนอะ (เก่าจริง ๆ) ดนตรีก็ต้องสาว สาว สาว (เก่ามากบอกอายุ) มาเรื่อย ๆ
ต้องบอกจริง ๆ แล้วเป็นคนชอบญี่ปุ่นเพราะการ์ตูน น้กร้องอะไรเนี่ยไม่สนเลย ไม่รู้จักจอห์นนี่ด้วยซ้ำ
สแมปก็ไม่รู้จัก แต่รู้จักทาคุยะ เพราะดูละคร แต่ก็เฉย ๆ นะ ได้ดูน้องจุนในโกคุเซ้น ก็ชอบน้องมาก แต่
ไม่ได้ติดตามอะไร จนมาบ้าโทโมยะ ขนาดซื้อคอนโทคิโอะมาดู บอกตามตรงตอนนั้นไม่ได้ปิ๊งไอบะจัง
เลย (ขอโทษด้วยนะจ๊ะมาซากิ) แล้วความบ้าก็หายไปในช่วงเวลาอันสั้น มาถึงยุค F4 เรื่องนี้ทุนเดิมของ
เราที่ชอบเพราะชอบการ์ตูนเรื่องนี้มาก พอมีคนเอามาเล่นก็เลยอยากดูเป็นพิเศษ แล้วชอบมาก ตอนนั้น
นี่ขนาดบ้ากับน้อง ร้องเพลงทำท่ากันเลย แต่ก็ไม่ได้ชอบขนาดที่ว่าจะซื้อซิงเกิ้ล ติดตามไปดูคอนอะไร
แบบนั้นเลยคะ พอมาถึงภาค 2 แป๊กมาก เพราะผิดหวังว่าเนื้อเรื่องมันออกทะเลสุด ๆ เลยเลิกไป หัน
มาชอบเรนจาก Fullhouse ได้สักพัก เป็นละครเกาหลีที่เราดูเรื่องเดียวจริง ๆ คะแล้วก็หายไป จนได้
มาดูฮานะดันภาคญี่ปุ่น เราว่าโดเมียวจินี่มันใครฟ่ะ โคตรคุ้น ถึงได้ประจักษ์ว่าซาวาดะ ชินที่ตูเคยชอบ
นั่นเอง (ถึงตอนนั้นจะมีเรื่องโมโม่มาฉายเราก็ไม่ค่อยได้ดู) ได้ดูฮานะดังจาก Dvd เถื่อนที่ซื้อคะ
ทีนี้ชอบมากเลยคะ ไปตามหาเลยน้องจุนเป็นใครมาจากไหน เพลง wish อยู่ที่ไหน ชั้นหาฟังหมด
แล้วน้องสาวก็บอกว่านี่คืออาราชิ ที่เขาร้องเพลง ซากุระ ซาเกะที่ดังในคลื่นวิทยุช่วงหนึงไง เราเออได้
ฟังนี่หว่า แต่ไม่รู้ใครร้อง จากนั้นมาอาราชิก็เข้ามาอยู่ในชีวิต ชนิดออกไปไหนไม่ได้เลยคะ ^^ จะว่าไป
อาราชิบูมขึ้นมาอีกครั้ง เพราะฮานะดัง หลายคนถูกน้องจุนฉุดเข้ามาในวังวนอาราชิ อย่างโนะน้อย
บอกว่าจะเข้ามาเพราะใครก็ตาม สุดท้ายคุณก็จะหลงรักอาราชิทั้ง 5 คนอยู่ดี แบบนั้นแหล่ะคะ
ถูกต้องที่สุด พล่ามมายาวมา ตกลงมาเล่าประวัติตัวเอง 555+ สุดท้าย มีส่วนที่เราแปลไม่ถูกต้องหรือไม่
ดีอยู่บ้าง ขออภัยด้วยนะคะ รอพาร์ทสามที่เขาจะแปลอย่างใจจดใจจ่อคะ ^^
สรุปตอนที่ 2 คะ
- คนอื่นชอบถามเขาบ่อย ๆ ว่าทำไมผู้ชายวัยห้าสิบกว่าอย่างเขาถึงได้มาชอบวง
ผู้ชายที่อายุคราวลูกแบบนี้ ดังนั้นทาเคอุจิจึงตัดสินใจที่จะเล่าถึงวัยเด็กและความ
หลงใหลในอดีตของเขาให้ฟัง
- เขาเกิดในปี 1955 ที่จังหวัด Wakayama
- ตอนเด็ก เขามักหลงใหลใน "อะไรบางอย่าง" อยู่เสมอ ครั้งแรกเขาตกหลุมรัก
การ์ตูนและหนังที่มีสัตว์ประหลาดอย่าง ก๊อตซิล่า เขาชอบวาดรูป และบ่อยครั้ง
ที่เขามองออกไปนอกหน้าต่าง และเพ้อฝันถึงสิ่งเหล่านั้น
- เขามุ่งไปสิ่งๆ หนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ความสามารถทางด้าน "จินตนาการ" และ
"ความเพ้อฝัน" เพื่อจะได้รับไอดอลเหล่านั้น
- ในปี 1960 เป็นครั้งแรกที่เขาหลงอะไรจริง ๆ จัง ๆ นั่นก็คือรายการฮีโร่ คนซึ่ง
มีพลังพิเศษที่คุ้มครองโลก ซึ่งตอนนั้นก็มี "The Mask with Seven Colours",
"National Kid" และ "Ultraman Q" รายการโชว์เหล่านั้นมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน
คือ พวกเขามีความหวังและความฝันเหลือล้น ครั้งนี้ เขาแทบจะไม่ได้สนใจนัก
แสดงหญิง หรือไอดอลที่เล่นเป็นคาแร๊คเตอร์เหล่านั้นเลย แต่เขาสนใจในตัว
ฮีโร่เหล่านั้นมากกว่า (เหมือนชอบในตัวละคร)
- ในปี 1970 ความหลงใหลของเขาเริ่มต้นอีกครั้ง ตอนนั้นเขาอยู่ไฮสคูลแล้ว
ร่างกายและจิตใจของเขาโตขึ้นเหมือนผู้ใหญ่คนนึง ดังนั้นเขาก็จึงเริ่มตกหลุมรัก
ไอดอลผู้หญิง ตอนนั้นเขาแทบไม่สนใจไอดอลผู้ชายเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้น
ตอนนั้นเขาก็ไม่สนใจอะไรพวกเขาอยู่แล้ว เขาน่ะหลงไอดอล Female B มาก
อย่าง คุราตะ มาริโกะ และ อาซาดะ มิโยโกะ ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยมีชื่อเสียงมาก
เขาชอบ B-idol groups ซึ่งตอนนั้นคนก็ไม่ค่อยนิยมเท่าไร
- จอห์นนี่ จิมุโชเริ่มครั้งในปี 1962 ตอนที่เขาอยู่ป.1 โรงเรียนประถม จิมุโช
ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วตอนเขาอยู่ประมาณ ป.2-ป.3 ผู้หญิงทุกคนในละแวก
บ้านเขาต่างไม่มีใครหยุดพูดถึงวงผู้ชายที่เกิดขึ้นได้เลย แต่ในช่วงเวลานั้น เพลง
ที่ยังนิยมกันอยู่ก็ยังคงเป็นเพลงแบบเองกะ หรือไม่ก็เพลงพื้นบ้านแบบเก่า ๆ ดังนั้น
กลุ่มนั้นจึงสลายตัวไปในปี 1967
- ในช่วงครึ่งหลังของยุคปี 1960 เพลงป๊อปและร๊อคเริ่มมีชื่อเสียงขึ้น โดยเฉพาะที่
เป็นวงผู้ชาย ซึ่งถูกเรียกว่า GS (Group Sound) boom เริ่มแรกก็มีแค่ดนตรี
แต่ต่อมา ก็มีนักร้องด้วย และได้รับอิทธิพลจาก the Beatles และ Rolling Stones
- ในปี 1967 กลุ่มที่ถูกเรียกว่า "Four Leaves" เดบิวท์จากจอห์นนี่ จิมุโช พวกเขาก็
เป็นวงแบบ GS (Group Sound) boom ด้วย แต่ถึงกระนั้นการแสดงของพวกเขาก็
ยังคงใกล้กันมากกับกลุ่มไอดอล ทาเคอุจิรู้สึกว่าจอห์นนี่ทำถูกแล้วที่ยังเก็บส่วนนี้ไว้ เพราะ
the GS boom ฮิตอยู่ได้แค่ 3 ปีเท่านั้น วงที่ออกมาในรูปแบบ GS Boom ก็ถูกกลืน
หายไป แต่จิมุโชไม่ได้ถูกกลืนไปด้วย ปกติแล้ว จอห์นนี่จิมุโช = ไอดอล นี่เป็นทัศนคติ
ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
- the GS boom เกิดขึ้นตอนที่ทาเคอุจิอยู่ประมาณ ม.ต้น เขายอมรับว่าตัวเองก็ชอบ
มันบ้างอยู่เล็กน้อย เขาชอบผมที่ยาวของพวกเขา ก็ตัดสินใจเลียนแบบทรงผมของพวก
เขา โดยปล่อยให้มันยาว แต่ด้วยความขอบคุณ เมื่อ the GS boom หมดยุค เขาก็หมด
ความสนใจกับมันไปด้วย และไว้ผมในความยาวที่พอสมควร ถึงแม้ความดังของอะไร
ก็ตามจะให้ความหลงใหลกับเขา แต่เขาก็ยังคงชอบนักร้องเองกะ Mori Shinichi อยู่
- ในปี 1970 มีช่วงหนึ่งที่ดนตรีแนวพื้นบ้านได้รับความนิยม เพื่อนของทาเคอุจิคนหนึ่ง T คุง
ซึ่งออกจากโรงเรียนไปเป็นนักดนตรีแนวพื้นบ้าน เขาไม่เคยได้ยินข่าวคราวของ T คุงอีก
เลย แต่ตอนที่เขาได้ดูไอบะในเรื่อง คิโร่ย นามิดะ ทำให้เขาคิดถึงเพื่อนของเขา T คุง ว่า
T คุงคงมีชีวิตเหมือนกับคาแร๊คเตอร์ในเรื่องของไอบะ
- จากช่วงกลางถึงปลายปี 1970 ทาเคอุจิเริ่มชอบนักแสดงหญิงคนหนึ่งชื่อ Isige Kyoko ซึ่ง
ออกรายการเด็กที่ชื่อว่า "Let's Play with Mama! Pin Pon Pan" เขาชอบต้นขาของเธอ
มาก ผู้หญิงที่สวมกระโปรงสั้นแบบคับในรายการ ดังนั้นเขาจึงหลงใหลในร่างกายที่ดูสุขภาพ
และต้นขาของเธอ เขาผิดหวังสุด ๆ เมื่อรู้ว่าเธอออกจากรายการเพื่อไปแต่งงาน
- ยังไงก็ตาม ก็มีผู้หญิงคนใหม่ที่เข้ามาแทนที่ เธอชื่อว่า Sakai Yukie เป็นคนที่เริ่มเต้นและ
ร้องในกลุ่มวงดนตรีผู้ชายที่ชื่อว่า "Big Mammoth" ทาเคอุจิคิดว่าพวกเขาน่าสนใจแต่ตอนนั้น
เขาสนใจเพศตรงข้ามมากกว่า แต่เขายังคงเชื่อว่า Big Mammoth น่ะเป็นเมล็ดพันธุ์บ่มเพาะ
ความรักต่อไอดอลผู้ชายของเขาให้เจริญเติบโต
- ช่วงปี 1972 ไอดอลผู้ชายกลายเป็นเรื่องที่เขาไม่ค่อยสนใจ และอีกครั้ง ทาเคอุจิสนใจไอดอล
ผู้หญิงมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่แสดงเหมือนสาวบริสุทธิ์ ร้องเพลง และแต่งตัว
ด้วยเสื้อผ้าน่ารัก ๆ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เขาชอบ "นักร้องหญิงที่บริสุทธิ์ น่ารัก" พวกเธอ
ไม่เป็นผู้ใหญ่เกินไป และไม่เด็กเกินไป ความจริงแล้ว เขาชอบ คุราตะ มาริโกะมาก ๆ ขนาดที่
ว่าติดต่อเอเจนซี่ของเขาเพื่อจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับเธอ ผู้จัดการของเธอพูดว่า จริง ๆ แล้ว
คุราตะ มาริโกะก็ไม่ได้ดังอะไรมากพอที่จะทำให้หนังสือของเขาขายได้ และการเขียนเรื่อง
เกี่ยวกับเธออาจทำให้เขาขาดทุนมหาศาลก็ได้ ทาเคอุจิรู้สึกเศร้าที่ได้ยินแบบนั้น- เขาไม่สนใจ
เรื่องขาดทุนอะไรหรอก เขาแค่ต้องการจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับเธอเท่านั้น!
- ปี 1980 ทาเคอุจิตัดสินใจเขียนหนังสือเกี่ยวกับไอดอลที่เขาชอบ
- ปี 1981 เป็นครั้งแรกที่ทาเคอุจิได้พบกับเด็กของจอห์นนี่ต่อหน้าต่อตา เขาทำงานในกับ
บริษัทที่จัดการดูแลเรื่องอีเวนท์ในพื้นที่นั้น และอยู่วันหนึ่ง เจ้านายเขา K ซัง ถามเขาว่าชอบ
ไอดอลหรือเปล่า
ทาเคอุจิ : ครับ ผมชอบไอดอล
K ซัง : ดี งั้นไปที่ Hachio นะ
ทาเคอุจิ : ให้ผมไปทำอะไรที่ Hachio ครับ?
K ซัง : ก็จอห์นนี่ไง คุณไม่มีความสุขเหรอ คุณจะได้พบกับเด็กคนใหม่ของจอห์นนี่นะ!"
ทาเคอุจิ : จะ..จอห์นนี่เหรอ?
สรุปแล้ว ฮิคารุ อิปเปเพิ่งเดบิวท์ และจะไปจัดมินิคอนที่ด้านหน้าของห้างสรรพสินค้าใกล้กับ
สถานที่ Hachio ทาเคอุจิถูกให้ทำหน้าที่คอยดูแลเขา และบอกเรื่องต่าง ๆ กับเขา - พูดง่าย ๆ
เป็นเด็กที่เขาใช้ไปทำธุระต่าง ๆ แทนนั่นแหละ ตอนนั้นฮิคารุอายุ 17 ปี ส่วนทาเคอุจิอายุ 25
- ทาเคอุจิมองฮิคารุด้วยความชื่นชม เด็กผู้ชายท่าทางดี เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฮิคารุขอบคุณ
ทาเคอุจิสำหรับความช่วยเหลือทุก ๆ อย่าง และสำหรับขนมปังช๊อกโกแลตที่ทาเคอุจิเอามาให้
เขาตอนแรกด้วย ผู้จัดการของฮิคารุก็เป็นจอห์นนี่ จูเนียร์เหมือนกัน ดังนั้นก็เลยมีแฟน ๆ วิ่งตาม
และโบกมือให้เขาด้วย เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าจริง ๆ นั่นเป็นสิ่งที่ทาเคอุจิคิด
- และหลังจากนั้น ก็มาสู่ยุคของไอดอล มีไอดอลเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงวงใหม่ของจอห์นนี่ด้วย
หรือแม้แต่คนที่ไม่สมควรเป็นไอดอล (ในความคิดของทาเคอุจิ) ก็ยังเดบิวท์ด้วย และยุคนั้นก็
เป็นยุคที่เขาเดบิวท์เป็นนักเขียนด้วย หนังสือของเขามีชื่อว่า Research on Daiei TV ซึ่งเกี่ยว
กับรายการ "Tale of the Stewardess" และเขาก็ได้รับโอกาศอันยิ่งใหญ่ให้เขียน
"Research on pure, cute female singers". ด้วย
- ในปี 1985 ไอดอลหญิงกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า "Onyako club" เดบิวท์ ซึ่งเป็นช่วงยุคไอดอลกำลัง
ดัง ผ่านไปจนถึงปี 1990 จอห์นนี่ก็มีกลุ่มต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น โชเนนไต, จิบุกาคิไต,
โอโตะโคะกุมิ แต่ทาเคอุจิยังคงสนใจแต่ไอดอลหญิง
- ในปี 1990 โลกของไอดอลเริ่มย่ำแย่ ซีดีเริ่มขายไม่ดี รายการเพลงก็เรตติ้งตก ดังนั้นโลกของไอดอล
จึงพัฒนาต่างไปจากเดิม กลายเป็นไอดอลบนโลกแห่งการพิมพ์ พวกเขาเริ่มปรากฏตัวในแม๊กกาซีน
หรือไม่ก็รายการโขว์ เปลี่ยนแปลงความคิดที่ว่าไอดอลที่ร้องเพลง บริสุทธิ์ อ่อนหวาน ไปเป็นอะไร
ที่เซ็กซี่ขึ้น
- และแล้วก็มาถึง Moring Musume ไอดอลในยุคปฏิวัติ ((ตรงนี้ aatash ซังบอกว่าทาเคอุจิซังเล่าถึง
พวกเธอ 4-5 หน้า เขาก็เลยข้ามไป))
- พอถึงจุดหนึ่ง ที่ทาเคอุจิคิดว่าเขาไม่มีอะไรจะพูดถึงเกี่ยวกับไอดอลหญิงแล้ว เขาก็พูดถึงไอดอลชาย
สำหรับจอห์นนี่ เขาต้องขอบคุณสแม๊ป
- เขาไม่ค่อยสนใจฮิคารุ เก็นจิ ทั้งที่พวกเขาชนะเลิศได้รับรางวัลเพลงเดบิวท์ของพวกเขา Star Light
พอสแมปออกมา เขาก็ไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะแฟน ๆ ก็พูดกันว่า พวกเขาไม่มีทางจะไปเทียบกับ
ฮิคารุ เก็นจิได้เลย ซิงเกิ้ลเดบิวท์ครังแรกของเขาอยู่ในอันดับสองของออริคอน ชาร์ท ดังนั้นคนก็เลย
พูดกันว่าไม่ควรจะเป็นจอห์นนี่ตั้งแต่แรก?
- แต่พอสแมปได้เป็นแขกรับเชิญปกติในรายการ ๆ หนึ่งของทีวีโอซาก้า พวกเขาก็แสดงความเป็นตัวเอง
ออกมา ไม่ได้ทำท่าทางใด ๆ ที่งี่เง่าไร้สาระ ทาเคอุจิค้นพบว่าพวกเขาแตกต่างไอดอลกลุ่มรุ่นพี่เล็กน้อย
ซึ่งดูเหมือนผู้หญิงที่อายุมากจะชอบพวกเขาด้วย เขาประทับใจความสามารถของสแมปที่พูดคุยในรายการ
วาไรตี้โชว์ โดยเฉพาะรายการที่ฉายในโอซาก้า ที่มุ่งเน้นไปทางการพูดคุยกัน และสิ่งนั้นทำให้ทาเคอุจิ
เห็นช่องว่างของเด็กจอห์นนี่ที่มีอยู่
- ในปี 2000 ไอดอลที่ร้องเพลงอย่างเดียวเริ่มซบเซา ไอดอลที่อยู่ในสิ่งพิมพ์เริ่มดังยิ่งขึ้น ไอดอลที่ไม่ได้
ร้องเพลงเพื่อขายตัวเอง ทาเคอุจิไม่ได้พูดถึง นักร้องหญิงที่บริสุทธิ์ น่ารัก อีกต่อไป และสิ่งที่ทำให้เขาออก
มาจากตรงนั้นได้ก็คือ จอห์นนี่
- ในปี 2005 ทาเคอุจิมองดูเด็กผู้ชายที่เล่นโรลเลอร์สเก็ตบนเวทีโปร่ง (เวทีเลื่อน) ที่สูง 5 เมตรจากพื้นดิน
ในทีวี เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กพวกนั้น แต่เด็ก ๆ ในจอทีวีนั้นก็ยังคงร้องและเต้น ด้วยใบหน้า
ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาไม่รู้ว่าเขากำลังดูอะไรอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เขารู้แล้ว - ตอนนั้นเป็นการดูคอนเสิรต์
คาวน์เดาวน์ครั้งแรกของจอห์นนี่ของเขา
- ปี 2005 ฤดูใบไม้ผลิ - นักเขียนนิตยสารผู้หญิงคนหนึ่ง A ซัง ขอให้เขาไปดูฮานะ โยริ ดังโงะ เพราะมัตสึจุน
เป็นนักแสดงที่น่าอัศจรรย์มากคนหนึ่ง จากการที่อ่านการ์ตูน เขาก็เลยลองดูฉากหนึ่ง และพบว่าเขาชอบ
มันมาก และแล้วตอนนั้น เหมือนมีแสงจากหลอดไฟในหัวสว่างขึ้น ทาเคอุจิคิดว่า นั่น! รายการวาไรตี้ที่ชั้น
ดู ที่เป็นของเด็กผู้ชาย 5 คนที่ทำให้อะไรอันตราย แล้วเรื่องงี่เง่าในทีวีนี่น่า มัตสึจุนก็เป็น 1 ในสมาชิกด้วย
และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เขารู้จักอาราชิ
- เขาเล่าว่าเขาดูรายการของอาราชิโดยที่ไม่รู้ว่าอาราชิคือใคร แต่เพราะมันสนุกและน่าสนใจ ต้มแล้วกิน
ใบไม้ กินเปลือกแอปเปิ้ล ถ่ายย้อนกลับหลัง ((ที่โอจังกับนิโนะทำน่ะคะ)) การนำสัตว์เลี้ยงที่เหมือนจระเข้
เข้ามาในร้าน ให้รู้ว่าเขาอนุญาตหรือเปล่า ((ตอนทำได้ กับทำไม่ได้ แน่เลย)) - รวมถึงเรื่องหยาบคายที่
นักเรียนคุยกันในคาเฟ่ ไม่มีการตัดออก จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ อาราชิก็ยังทดสอบเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง
- หลังจากนั้นต่อมา ทาเคอุจิก็ยังคงติดตามรายการของพวกเขา ซื้อซิงเกิ้ล Aozora Pedal ดู Letter
from Iwo Jima ที่โรงหนัง...และ 1 ในที่ทำให้ในที่สุดเขากลายเป็นแฟนเต็มตัวก็คือ DVD
"2004 Arashi! Iza Now Tour"
- เขาพูดถึงการแสดงที่คุณภาพสูง , การแสดงที่มีพรสวรรค์ของพวกเขา, ความน่ารักของพวกเขา, ความ
เท่ห์ของพวกเขา, และที่สุดของทั้งหมดคือ เขาตกหลุมรักทักษะการเต้นและการร้องของโอโนะคุง
- มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นักเขียนการ์ตูนนัดเจอกัน, เขาเผยความลับของตัวเองออกมาแบบไม่ตั้งใจว่าตัวเองเป็น
แฟนอาราชิโดยร้องเพลง happiness ที่คาราโอเกะ แต่ทันใดนั้น เมมเบอร์สต๊าฟผู้หญิงคนหนึ่งก็ยอม
รับว่าเธอเองก็เป็นแฟนอาราชิเหมือนกัน แล้วพวกเขาก็ร้องเพลงอาราชิด้วยกันในช่วงเวลาที่เหลือใน
คืนนั้น ที่คลับแห่งหนึ่ง มาม่าซังของคลับรู้ว่าเขาเป็นแฟนของอาราชิ เธอก็เลยให้เขาร้อง A.RA.SHI
และเพลงอื่น ๆ ของอาราชิให้ฟังด้วย ทาเคอุจิเดาว่าเธอก็คงเป็นแฟนตัวยงของอาราชิเหมือนกัน เขาก็
เลยเริ่มไปคลับนั้นบ่อยขึ้น
- เขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่เขาได้ประสบมาตั้งแต่ชั้นประถมนำเขามาสู่การเป็นแฟนอาราชิ ดังนั้นเขาจึงคิดว่า
หนทางที่ผ่านมาเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ
- จริง ๆ แล้วเขาได้ดูมิวสิคสเตชั่นตอนที่อาราชิเดบิวท์ด้วย! แต่เขาไม่รู้อาราชิในเวลานั้น! แต่เขาจำได้ว่า
ตอนนั้นมอร์นิ่ง มุสุเมะก็มาแสดงด้วย ดังนั้นเขาต้องอัดไว้แน่นอน เขาก็เลยไปหาเทปนั้นเพื่อที่จะดู
อาราชิเดบิวท์ตอนนั้น เขาอยากเป็นชุดโปร่งแสงนั้น แต่โชคร้าย เขาพบว่าเขาไม่ได้อัดส่วนของอาราชิ
ไว้ เพราะตอนนั้น เขาชอบแต่มอร์นิ่งเท่านั้น ชั้นเป็นบ้าอะไรเนี่ย เขาคิดแบบนั้น!
- และเดี๋ยวนี้, เขาเต็มใจที่จะใช้เวลาและพลังทั้งหมดที่มีทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออาราชิ นี่แหล่ะที่ทำให้
ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงไป
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
My comments : พาร์ทนี้ทาเคอุจิพูดถึงตัวเองซะมากคะ เหมือนเล่าว่าตัวเองเป็นคนแบบไหนอย่าง
ไร แล้วก็มาชอบอาราชิได้ยังไง น่ารักดีนะคะ พอได้อ่านแล้ว นึกถึงตัวเอง ว่ากว่าจะฝ่าฝันมาถึงตอนนี้
เป็นแฟนอาราชิแบบนี้ ผ่านยุคชอบไอ้โน่น ไอ้นี่มาเยอะเหมือนกัน ตั้งแต่การ์ตูนตาหวานทั้งหลาย
ต้องบอกว่าไซโต้ จิโฮเลยเนอะ (เก่าจริง ๆ) ดนตรีก็ต้องสาว สาว สาว (เก่ามากบอกอายุ) มาเรื่อย ๆ
ต้องบอกจริง ๆ แล้วเป็นคนชอบญี่ปุ่นเพราะการ์ตูน น้กร้องอะไรเนี่ยไม่สนเลย ไม่รู้จักจอห์นนี่ด้วยซ้ำ
สแมปก็ไม่รู้จัก แต่รู้จักทาคุยะ เพราะดูละคร แต่ก็เฉย ๆ นะ ได้ดูน้องจุนในโกคุเซ้น ก็ชอบน้องมาก แต่
ไม่ได้ติดตามอะไร จนมาบ้าโทโมยะ ขนาดซื้อคอนโทคิโอะมาดู บอกตามตรงตอนนั้นไม่ได้ปิ๊งไอบะจัง
เลย (ขอโทษด้วยนะจ๊ะมาซากิ) แล้วความบ้าก็หายไปในช่วงเวลาอันสั้น มาถึงยุค F4 เรื่องนี้ทุนเดิมของ
เราที่ชอบเพราะชอบการ์ตูนเรื่องนี้มาก พอมีคนเอามาเล่นก็เลยอยากดูเป็นพิเศษ แล้วชอบมาก ตอนนั้น
นี่ขนาดบ้ากับน้อง ร้องเพลงทำท่ากันเลย แต่ก็ไม่ได้ชอบขนาดที่ว่าจะซื้อซิงเกิ้ล ติดตามไปดูคอนอะไร
แบบนั้นเลยคะ พอมาถึงภาค 2 แป๊กมาก เพราะผิดหวังว่าเนื้อเรื่องมันออกทะเลสุด ๆ เลยเลิกไป หัน
มาชอบเรนจาก Fullhouse ได้สักพัก เป็นละครเกาหลีที่เราดูเรื่องเดียวจริง ๆ คะแล้วก็หายไป จนได้
มาดูฮานะดันภาคญี่ปุ่น เราว่าโดเมียวจินี่มันใครฟ่ะ โคตรคุ้น ถึงได้ประจักษ์ว่าซาวาดะ ชินที่ตูเคยชอบ
นั่นเอง (ถึงตอนนั้นจะมีเรื่องโมโม่มาฉายเราก็ไม่ค่อยได้ดู) ได้ดูฮานะดังจาก Dvd เถื่อนที่ซื้อคะ
ทีนี้ชอบมากเลยคะ ไปตามหาเลยน้องจุนเป็นใครมาจากไหน เพลง wish อยู่ที่ไหน ชั้นหาฟังหมด
แล้วน้องสาวก็บอกว่านี่คืออาราชิ ที่เขาร้องเพลง ซากุระ ซาเกะที่ดังในคลื่นวิทยุช่วงหนึงไง เราเออได้
ฟังนี่หว่า แต่ไม่รู้ใครร้อง จากนั้นมาอาราชิก็เข้ามาอยู่ในชีวิต ชนิดออกไปไหนไม่ได้เลยคะ ^^ จะว่าไป
อาราชิบูมขึ้นมาอีกครั้ง เพราะฮานะดัง หลายคนถูกน้องจุนฉุดเข้ามาในวังวนอาราชิ อย่างโนะน้อย
บอกว่าจะเข้ามาเพราะใครก็ตาม สุดท้ายคุณก็จะหลงรักอาราชิทั้ง 5 คนอยู่ดี แบบนั้นแหล่ะคะ
ถูกต้องที่สุด พล่ามมายาวมา ตกลงมาเล่าประวัติตัวเอง 555+ สุดท้าย มีส่วนที่เราแปลไม่ถูกต้องหรือไม่
ดีอยู่บ้าง ขออภัยด้วยนะคะ รอพาร์ทสามที่เขาจะแปลอย่างใจจดใจจ่อคะ ^^
edit @ 17 Apr 2009 15:42:37 by genki

)
ดามี่รู้จักไอบะมาตั้งแต่ยังไม่ได้เดบิวอาราชิค่ะ
ก็แค่เพียงได้เห็นสัมภาษณ์ในหนังสือเท่านั้น
แต่ก็ชอบนะ เค้าน่ารักดี(ฮ่า...ใช่มาสคอสกาด้วยค่ะ)
จนอาราชิเดบิว...เห็นพี่โชครั้งแรกก็ชอบเลย
ชอบฟันจอบๆของพี่โชตอนนั้น555+
แต่ไม่ค่อยได้รู้ข่าวอะไรมากมาย
นอกจากในไอสปายเจสปาย...อย่างว่าแหละค่ะ
แต่ก่อนมันไม่สะดวกเหมือนทุกวันนี้...
ตอนนั้นหาตามข่าวยากเลยเหมือนกะจะไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไรนัก(แต่ก็ซื้อซีดีในไทยนะค่ะ)
พอช่วงที่F4เข้ามาดังในไทยก็แอบไปกิ๊กกะแวนเนสอีก
(ถึงขนาดตามไปเฝ้าที่โรงแรมเลยนะ55+)
มาตามอาราชิอีกทีก็ตอนที่รู้ว่าจุนได้เล่นเป็นโดเมียวจิ
ก็กรี๊ดๆ...หาข่าวเพื่อไปเล่าให้แฟนๆแอฟฟัง
เลยกลายเป็นว่ากลับมาตกหลุม(หย่าย)ของอาราชิอีกรอบไปเลย(จนป่านนี้ก็ยังถอนตัวไม่ขึ้นอยู่ดีและไม่คิดจะถอนตัวด้วยค่ะ555+)
เผลอเล่ามาซะยาวเหมือนกัน...ขอบคุณสำหรับแปลนะค่ะ
#1 By คุงเมดดามี่ on 2009-03-01 14:48