[Trans] Miss Aibachan (Full)
posted on 21 Oct 2008 23:09 by genkichanคำเตือน : เมื่อไ้ด้อ่านแล้ว คุณจะหลงรักไอบะจังมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ^^
credits original translation : change147.livejournal.com
credits original translation ของเดิม : jensan (arashi-miniac.vox.com)
((ช่วงเปรียบเมมเบอร์เป็นสัตว์))
เมื่อเขาอยู่ที่ท่าโพสตำแหน่งแรก ไอบะคุงยืนอยู่ข้างหน้ากล้อง เขาดูน่ามองและ
สง่างาม ถึงแม้ว่าไอบะคุงจะเป็นที่รู้กันว่าเขาจะมีออร่าแบบเข้ากันคนง่าย และ
มีบุคคลิกแบบคนไม่เข้าใจอะไรแบบธรรมชาติ แต่เขาก็มีออร่าแบบผู้ใหญ่ด้วย
และออร่าแบบนี้แหล่ะที่ทำให้หัวใจคุณเต้นเร่าด้วยความตื่นเต้นได้ และแล้ว
ชั่วขณะนั้น เขาก็ช่วยเจ้าหมูน้อยจนตัวเองเกือบหกล้ม เขาจ้องมองมันอย่างใจดี
และหลังจากนั้น เขาก็ดุนหัวตัวเองให้เข้าไปใกล้กับเจ้าหมูน้อย
"เวลาที่ได้เจอกับสัตว์อะไรก็ตาม อย่าเข้าไปจับมันทันที ถ้าคุณเข้าไปกอดมัน
ทันทีล่ะก็ มันจะช็อค ถ้าคุณคอยสักครู่นึง สัตว์ตัวนั้นมันจะค่อย ๆ เข้ามาใกล้
คุณเองนั่นแหล่ะ
ผมน่ะพยายามให้ตัวเองเป็นธรรมชาติ ตอนที่คุณแสดงหรือเล่นในบทบาทใด
บทบาทหนึ่ง ยังไงก็ตามมันก็มีตัวกรองอยู่ตัวหนึ่ง ถึงแม้ว่าคุณจะแสดงถึงบุคคลิก
ที่คุณจะต้องสร้างขึ้นก็เถอะ แต่กับสัตว์แล้ว มันไม่มีตัวกรองแบบนั้น นี่คือ
ไอบะ มาซากิที่แท้จริงล่ะ"
พูดถึงความเป็นธรรมชาติ ในฮิมิตสึโนะอาราชิจัง เขาเป็นคนที่ดูธรรมชาติที่สุด
ตอนที่ไปเลี้ยงเด็ก
"เมมเบอร์ทุกคนได้รับประกาศนียบัตรสำหรับการเลี้ยงเด็กกันมาแล้ว ทุกคนรู้
ว่าต้องอาบน้ำให้เด็กยังไง ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมยังไง ต้องทำ CPR* ยังไง แล้วก็
รู้เกี่ยวกับจิตวิทยาเด็กด้วย แล้วหลังจากเรียนรู้แล้ว ก็จะมีการทดสอบข้อเขียน
มันใช้ระยะเวลายาวนานมากตอนที่ผมนั่งทำแบบทดสอบนั้นน่ะ ผมน่ะเครียดมาก
กว่าตอนทำงานซะอีก (หัวเราะ)
((CPR คือการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน))
ถึงเด็กจะน่ารัก แต่เขาก็ค่อนข้างจะตัวเล็กด้วย ตอนที่คุณอุ้มเขาไว้น่ะ คุณจะรู้สึกได้ว่า
มีชีวิต ๆ หนึ่งอยู่ในกำมือของคุณ และคุณจำเป็นต้องรับผิดชอบพวกเขา นับว่า
การไปเลี้ยงเด็กเป็นวันที่เหนื่อยมากสำหรับพวกเราเลย แต่ก็เป็นประสบการณ์
ที่ดี พวกแม่ ๆ ต้องทำสิ่งเหล่านี้ทุก ๆ วัน ผมคิดว่าแม่น่ะยิ่งใหญ่จริง ๆ
เด็กทารกก็ดีนะ แต่ผมอยากจะเป็นพี่เลี้ยงเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบมากกว่า ผมรู้
สึกว่าผมน่ะผมสามารถเข้ากับพวกเขาได้ดี เพราะผมมีความเป็นเด็กในตัว
(หัวเราะ) ผมคิดว่าผมจะคุยกับพวกเขาได้ง่ายขึ้น
พูดถึง "ความเป็นเด็กในตัว" ไอบะคุงเป็นยังไงเมื่อตอนเด็ก ๆ ?
"ก่อนที่ผมจะเข้าโรงเรียนประถม ผมอยู่กับคุณปู่คุณย่า ผมถูกพวกเขาเลี้ยงมาตั้ง
แต่เด็กเพราะพ่อแม่ของผมน่ะไปฝึกเรียนทำอาหารจีน แต่ผมก็ไม่รู้สึกเหงาอะไร
พอตอนนี้ผมคิดถึงเรื่องเหล่านี้ ผมก็ยังรู้สึกซาบซึ้งอยู่ ปู่ของผมพาผมไปสถานที่
ต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นผมก็ไม่รู้สึกเหงา เราไม่มีรถหรอก แต่ปู่พาผมใส่หลัง
รถจักรยาน ถีบรถพาผมไปดูหนังที่โรงหนังบ้าง ไปดูเบสบอลบ้าง แล้วก็ที่อื่น ๆ
อีกเยอะแยะ ผมเล่นแคชบอลกับคุณปู่ด้วย ปู่ย่าของผมน่ะเหมือนเป็นเพื่อนของ
ผมเลย ตอนที่พ่อแม่ของผมกลับมาบ้านอาทิตย์ละครั้ง ผมรู้สึกมีความสุขมาก
ผมน่ะคอยการกลับมาของพวกเขา ถึงเที่ยงคืนหรือไม่ก็ตี 1 ถึงตอนนั้นผมจะเรียน
แค่อนุบาลก็เถอะ ปู่กับย่าของผมนอนหลับไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผมยังนั่งดูทีวี
คนเดียวระหว่างคอยพ่อกับแม่กลับมา ผมเริ่มดูรายการทีวีภาคดึกตั้งแต่ตอนนั้น
นั่นแหล่ะ
การได้รับความรักและเลี้ยงดูมาอย่างดีในวัยเด็ก บางทีอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมไอบะคุง
ถึงเป็นคนที่คิดถึงคนอื่นแล้วก็ใจดี
หลังจากเข้าเรียนชั้นประถมแล้ว เขาก็ไปอยู่กับพ่อแม่ ระดับความซนของเขา
ก็มากขึ้นตามลำดับ
"มีเด็กที่ส่งเสียงหนวกหูคนเดียวในชั้นเท่านั้น และนิสัยแบบนั้นของผมยังคง
เห็นได้ในรายการวาไรตี้ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นเด็กที่ส่งเสียงหนวกหู ผมก็ยังได้
รับช็อกโกแลตมากมายในวันวาเลนไทน์ แต่ผมไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะได้รับ
ความนิยม แต่ผมอยากเป็นแบบพวกเล่นกีฬามากกว่า ผมมีส่วนร่วมในการ
แข่งขันที่ถ่ายทอดกันมาเสมอ ผมเล่นเบสบอลกับบาสเก็ตบอลด้วย ถึงแม้ผม
จะเป็นกัปตันทีมบาสเก็ตบอล ผมก็ไม่ได้นำทีมอะไร แต่แค่สนุกกับมัน ผมไม่
สามารถเป็นผู้นำได้หรอก ผมรู้เรื่องนั้นมาตั้งแต่ผมอยู่ชั้นประถมแล้วล่ะ
(หัวเราะ)
ตอนอยู่ม.ต้น ผมเป็นแค่วัยรุ่นธรรมดา มีจอห์นนี่จูเนียร์คนอื่นอยู่ปีเดียวกับ
ผมด้วย ผมถามเขาว่าจะส่งใบสมัครของผมไปที่จอห์นนี่ยังไง ผมไม่คิดว่าตัว
เองจะได้รับรับเลือก แต่ยังไงก็ตาม ผมก็ได้ แต่ในเวลานั้น ผมรู้สึกเหมือนว่า
ผมได้ทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนมากกว่า ตอนนั้นผมไม่คิดว่ามันเป็นงาน ก่อน
ที่ผมกลายเป็นอาราชิ ผมคิดตามรอยพ่อด้วยการเป็นกุ๊กอาหารจีน แต่ตอนนี้
น้องชายผมทำงานอย่างหนัก เพื่อเรียนรู้การทำอาหาร"
ตอนที่อาราชิฟอร์มวงขึ้นมาในเดือนกันยายน ปี 1999 ซึ่งตอนนั้นไอดอล
ไอบะ มาซากิ ก็เริ่มต้นขึ้น และ 2-3 ปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของอาราชิดังขึ้น
เหมือนติดจรวด ไอบะคุงรู้สึกยังไงบ้าง ?
"สำหรับผม อาราชิก็ดังมาตั้งแต่เดบิวท์ปีแรกแล้วล่ะ (หัวเราะ) ยังไงก็ตามวันนี้
พวกเราก็มาได้ไกลขนาดนี้ ในคอนของเรา สถานที่จัดน่ะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ปีที่
แล้วเราได้ทำคอนทัวร์ 5 โดม ผมรู้สึกว่ามันเรื่องที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ แต่ถึงแม้ว่า
สถานที่จัดคอนจะใหญ่ขึ้น หลักการทำคอนของเราก็ไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญที่
สุดในการทำคอนของเราก็คือให้ทุกคนได้สนุกสนาน แทนที่จะแค่ตามเรา มันคง
จะดีกว่ามาก ถ้าผู้ชมได้มีส่วนร่วมและสนุกไปพร้อมกันด้วย (หัวเราะ) ทุกคน
ในอาราชิก็คิดเหมือนกัน
และในปีนี้ อีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะมีคอนที่ Kokuritsu ทุก ๆ คนพูดว่า
อาราชิสุดยอดจริง ๆ แต่ที่เป็นแบบนี้ เพราะมีแฟน ๆ อาราชิถึงได้อยู่ที่นั่นได้
แฟน ๆ เดินทางมาจากหลายที่เพื่อมาดูการแสดงของเรา และนี่แหล่ะเป็นเหตุผล
ว่าทำไมเราถึงจัดคอนเสิรต์ ผมหมายถึงว่า ถ้าคุณแค่อยากจะดูเรา คุณก็ดูทางทีวี
ได้ตลอดเวลา แต่การที่ต้องเสียเงินเข้ามาซื้อตั๋วและเดินทางมาดูที่สถานที่จัดคอน
นี้...มันทำให้ผมซาบซึ้งมาก ๆ ดังนั้น เราจะทำคอนให้ดีที่สุด เพื่อแฟน ๆ ที่สนับ
สนุนเรา
"อยู่ด้วยกันกับทุกคน" ความคิดของไอบะคุง บริสุทธิ์และแข็งแกร่ง แต่ในอีกด้าน
หนึ่ง เขาก็มีความกังวลเกี่ยวกับตัวเอง และเขาก็เล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมา นี่
แหล่ะสมเป็นตัวเขาจริง ๆ
"จริง ๆ แล้ว เพราะธรรมชาติของงานนี้ คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
ถึงแม้คุณจะคิดถึงมัน คุณก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งคุณคิดถึง
มัน คุณจะเริ่มหมกหมุ่นอยู่กับความคิดนั้น ทำให้คุณเริ่มทำงานด้วยความรู้สึกเศร้า
และหดหู่ เหมือนเวลาที่ผมออกไปข้างนอกไปดื่มคนเดียว มันคงเท่ห์ถ้าผมไปที่บาร์
แต่โดยปกติผมไปแค่ izakaya* เท่านั้น (หัวเราะ)
((*สถานที่สำหรับดื่มเบียร์เท่านั้น))
ผมน่ะคุยกับรุ่นพี่อยู่เสมอนะ ยามากุจิของวงโทคิโอะก็พาผมไปเล่นเซิรฟ์อยู่บ่อย ๆ
บางครั้งผมก็ไปกินข้าวกับโคคุบุน ไทอิจิ หรือไม่ก็ซากาโมโต้ซังแห่ง v6. บางครั้ง
มัตสึโอกะคุงก็โทรมาผมตอนกลางดึกแล้วชวนให้ผมไปข้างนอกด้วยกัน มีหลายอย่าง
ที่ผมได้เรียนรู้จากรุ่นพี่และผมก็คิดว่าน้อง ๆ ก็น่ารัก มนุษย์น่ะมักจะได้รับการสนับสนุน
จากคนรอบข้างอยู่เสมอ"
ในฐานะชายหนุ่มอายุ 26 ปี คุณคิดถึงเรื่องความรักและการแต่งงานอย่างไรบ้าง?
"จนถึงเดี๋ยวนี้ คนที่ผมชอบ ก็ไม่มีอะไรต่างไปจากคนทั่วไป ผมไม่ได้มีสเปคเฉพาะ
แต่ธรรมดาแล้ว ผมชอบคนที่มั่นคง เป็นธรรมชาติ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และบางครั้ง
ต้องมีอารมณ์แบบเทนชั่นอัพสูง ๆ ด้วย (หัวเราะ) ก่อนหน้านี้ผมไปดำน้ำที่โอกินาว่า
ผมได้เห็นปะการังและปลามากมายหลายชนิด กิจกรรมนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่ทำกัน
แต่ผมว่าคงจะสนุกดีถ้าแฟนมาด้วย เดทแบบ outdoor อย่างกอล์ฟ หรือแคมปิ้งอะไร
แบบนี้ ผมยังคิดเลยว่าผมคงตกหลุมผู้หญิงที่มากางเต๊นท์กับผมเลย
เรื่องการแต่งงาน...การแต่งงานในความคิดของผมคือการสร้างบ้านหลังใหม่ ไกลออก
ไปจากเมืองเล็กน้อย เพราะมันแพงถ้าเราจะอยู่ในเมือง (หัวเราะ) หมาเหรอ? ก่อนอื่น
คุณต้องแน่ใจก่อนว่าคนในครอบครัวจะรับได้ แล้วค่อยเอามาเลี้ยงสักตัว ถ้ารับไม่ได้
หมาจะน่าสงสารมาก ๆ ผมอยากจะเล่นแคชบอลกับลูกของผมในสวนด้วย ไม่ว่าลูก
ของผมจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ผมก็ยังคงอยากเล่นแคชบอลกับเขาอยู่ดี ผมคิดว่าการ
เล่นแคชบอลเป็นการสื่อสารระหว่างพ่อลูกที่ดี"
ในอาราชิ, ใครมีวี่แว่วว่าจะได้แต่งงานคนแรก หรือไปสร้างครอบครัวเป็นคนแรก?
"ผมไม่รู้เหมือนกันนะ ในหัวผม ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย แต่ผมอยากเห็นลูก ๆ ของทุกคน
นะ ถ้ามีรูปร่างหน้าตาบางอย่างเหมือนอย่างผม ก็คงน่าสนุกดี"
ตาของเขาเล็กลง เมื่อเขาพูดถึงเรื่องนี้อย่างมีความสุขเหมือนเป็นหลานชายหรือหลานสาว
ของเขาเลย
"ผมรู้จักเมมเบอร์มากว่า 10 ปี แต่ผมรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเราลึกซึ้งกว่านั้นมาก
ผมอยู่ด้วยกันเสมอตั้งแต่ยังเด็ก พวกเราโตขึ้นมาด้วยกัน ในสถานที่เดียวกัน ผ่านอะไรต่อ
มิอะไรมาด้วยกันเสมอ มันให้ความรู้สึกเหมือนพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้น พวกเราใช้เวลา
อยู่ด้วยกันมากกว่าอยู่กับครอบครัวตัวเองซะอีก และพวกเขาก็มีความเป็นหนึ่งเดียวกันมาก
ด้วย พวกเขาเป็นคู่แข่งกัน แต่พวกเราก็เป็นคู่หูกันด้วย เหมือนพี่น้องแต่ก็เหมือนเพื่อนด้วย
ทุกสิ่งหลอมรวมกันเป็นอาราชิ
คุณคิดว่าเสน่ห์ของอาราชิคืออะไร ?
"วิธีที่พวกเราทำงานกันอย่างหนัก เหมือนกับเปลวไฟสีฟ้าซึ่งเผาไหม้มาก ๆ จนกลายเป็น
เปลวไฟสีแดงรุนแรง มันไม่ใช่เมเจอร์ลีค แต่ถ้าคนอื่นเป็น ichirou* แล้วพวกเราก็เหมือน
นักเบสบอลที่ไม่มีทักษะการเล่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ได้แค่ตีไป! (หัวเราะ) เมมเบอร์
ทุกคนต่างก็เท่ห์ในแบบของเขาเอง แต่ถ้าคุณเอาพวกเขามารวมกัน นั่นแหล่ะอาราชิจะมี
รูปร่างขึ้นมา เหมือนโคลน เอ๋? ให้อธิบายบุคคลิกของพวกเขาทีละคน, มันยากนะที่จะอธิบาย
เป็นคำพูดน่ะ ผมน่ะไม่เคยลองวิเคราะห์บุคคลิกของเมมเบอร์มาก่อนเลย
((*ไม่แน่ใจว่าแปลว่าอะไร แต่เกี่ยวกับเบสบอล อาจจะเป็นโค้ช หรืออะไรสักอย่าง))
โอโนะคุง ไม่ค่อยพูด แต่ถ้าเป็นหัวข้อที่เขาสนใจล่ะก็ เขาจะพูดมากเลยล่ะ ถึงแม้ว่า
อยากที่เข้าใจเขา แต่ผมก็รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หรืออย่างน้อย นั่นก็เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้ล่ะ
(หัวเราะ)
มัตสึจุน ดูดี หล่อ เพราะแบบนั้น เขาก็มีจิตวิญญาณของนักเบสบอลที่ไม่มีทักษะการเล่น
เขาไม่เคยมีความคิดที่จะปล่อยไม้มาก่อนเลย
((change ซังอธิบายเพิ่มเติมว่า จุนที่เหมือนนักเบสบอลอย่างที่ข้างต้นคือเขาต้องการจะ
พิสูจน์ว่าเขาสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความสามารถไม่ใช่เพราะหน้าตาของเขา))
นิโนะ เป็นคนที่รู้จักผมนานที่สุดตั้งแต่ตอนจูเนียร์ เขาเป็นคนที่ถ้าชอบอะไรแล้ว เขาหมก
หมุ่นและยึดติดกับสิ่งนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาเริ่มเล่นมายากล เขาเล่นเก่งมากจนผมรู้สึก
แปลกใจเลย
โชจัง เป็นคนที่จริงจัง เขาทำงานหนักมาก ผมชอบความจริงจังของเขา
และผม ทุกคนมักชอบพูดว่าผมเหมือนเด็ก
อนาคตของเราน่ะเหรอ ? ผมไม่รู้หรอก ผมว่าเพียงแค่เราทำงานทุกงานที่เรามีให้ดีที่สุดก็
คงดี แน่นอนมันอาจจะโยงไปถึงปีต่อไป ปีหลังจากปีต่อไป ไปจนถึงอนาคตเลยก็ได้"
ถึงแม้ว่าเขาพูดเรื่องนี้อย่างอ่อนโยน แต่มันมีบางอย่างที่ไม่อ่อนไหวตาม อาราชิคือการ
ทำงานหนักที่เห็นได้เป็นรูปธรรม พวกเขาทำงานอย่างหนักด้วยความมุ่งมั่นและเดี๋ยวนี้
สิ่งนั้นทำให้พวกเขามีชื่อเสียงมากขึ้น พวกเขาจึงต้องทำงานหนักขึ้น ไอบะคุงรักอาราชิ
จากก้นบึ้งของหัวใจเขา และรู้สึกภูมิใจในอาราชิ
อาราชิเอาชนะต่อเพศ อายุ อาชีพ และมีฐานแฟน ๆ ที่กว้าง โดยเฉพาะผู้หญิงในวัย
30 ที่ต้องอยู่ในสังคมที่ก้าวร้าว ทั้งในเรื่องงานและความรัก มีหลายอย่างไม่ได้ตามที่
หวังไว้ แต่ถ้าคุณทำงานอย่างหนัก หรือพยายาม ก็จะมีรอยยิ้มที่สว่างไสวเกิดขึ้นกับ
คุณอย่างเป็นธรรมชาติ - อาราชิสอนให้เราได้รู้จักสิ่งนั้น ถ้าคุณรู้จักอาราชิ ความหวัง
ในการใช้ชีวิตของคุณจะเพิ่มขึ้น
ถ้าคุณจะเปรียบเทียบเมมเบอร์อาราชิเป็นสัตว์ล่ะ...
โอจัง เป็น วัตถุที่บินได้ที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ (UFO)
ก็ลีดเดอร์น่ะมีส่วนที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดาเลยนี่น่า
*ลีดเดอร์น่ะเป็นคนที่ลึกลับแล้วก็เข้าใจยาก พวกเราทุกคนมักมีความรู้สึกเหมือนกันว่า
"เอ้ เขาคิดอะไรอยู่นะ?" ตลอด ส่วนนี้ของลีดเดอร์น่ะทำให้รู้สึกไม่เหมือนคนธรรมดา
เลย เลยเรียกเขาว่า "วัตถุที่บินได้ที่ไม่สามารถระบุชื่อได้" หมายความว่า ผมน่ะไม่ใช้
สัตว์ชนิดใดมาอธิบายได้นะ (555) ก็ผมไม่สามารถจะอธิบายเขาโดยใช้สัตว์ชนิดมา
แทนได้เลยนี่น่า
จุน เป็น แรด
เพราะว่าผมเคยขี่แรดมาก่อน เลยรู้ว่าเป็นยังไง
*เป็นผู้ชายที่หล่อ! แต่ว่าก็ไม่ได้ดูเท่ห์ไปซะทั้งหมด เขาจะทำอะไรทุกอย่าง หรือค่อนข้าง
ครบอ่ะนะ เป็นคนที่สามารถทำได้ทุกอย่าง นั่นแหละมัตสึจุน ยิ่งไปกว่านั้นเขาจะเป็นคน
มุ่งตรงไปข้างหน้าเสมอและแข็งแกร่ง ในอีกด้าน เขาก็เป็นที่ใจดีอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้น
เขาถึงเป็นแรดไง ผมเคยขี่แรดมาก่อน ผมรู้ดี
นิโนะ เป็น สุนัข
พันธุ์อะไรเหรอ? ผมจะคอยดูว่าเป็นอะไรเที่ยวหน้านะ
*เรารู้จักสนิทสนมกันมานาน...พอมาคิดอีกที, หมอนี่เป็นผู้ชายแบบไหนกันน๊า?? 555
อืม นิโนะเป็นคนที่ใจดี แล้วก็น่ารัก เป็นคนที่พอเวลาชอบอะไรจะอยู่กับสิ่งนั้นนาน ๆ
อย่างเกมไง เขาเป็นคนจะอยู่กับสิ่งนั้นอย่างจดจ่อและตั้งใจ ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่จะสามารถ
อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ได้นะ ก็เลยให้เขาเป็นหมา พันธุ์ไหนเหรอ? ไว้ผมดูเขาก่อนนะ...
โชจัง เป็น เพนกวิน
เพราะเขามีส่วนที่จริงจัง แล้วก็มีส่วนที่ไม่จริงจัง
*นิสัยและท่าทางของเราเกือบ 80% คล้ายกัน อย่างเช่นเรามักจะไปร้านอาหารเดียวกันโดย
บังเอิญ โชจังน่ะมีส่วนที่จริงจังและส่วนที่ไม่ด้วย แต่ก็ผสมผสานกันได้ดี สำหรับผม เขาดู
เป็นคนปรับตัวได้ทั้งในน้ำและบกบนนะ แล้วราชาเพนกวินก็เป็นสัตว์ขยันมาก ๆ ด้วยล่ะ
แล้วก็ดูเท่ห์ด้วยเวลาให้ความอบอุ่นกับไข่น่ะ
ไอบะจัง เป็น ปลาโลมา
เพราะว่าผมอยากจะเป็น
*ผมอยากจะเป็นปลาโลมา ไม่นานมานี้ผมว่ายน้ำกับโลมา มันสนุกมาก ๆ เลยน๊า...โดยเฉพาะ
ตาของพวกมันน่ะดูดีมาก ๆ จริง ๆ เหมือนกับว่าเราจะเข้าใจกันและกัน แต่ผมไม่เท่ห์
เท่ากับปลาโลมาเหรอนะ??

รักอาราชิและรักตลอดไปนะจ๊าาา ไอบะ
น่ารักจังเลยเน้ เป็นผู้ชายที่น่ารักจริงๆ ไอบะจังสมกับเป็นลูกพระอาทิตย์ ลูกของสายลมจริงๆเลย
#2 By ganbaruyo (58.64.81.41) on 2008-10-22 01:04